แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritida

หน้า: [1] 2
1
รวมร้านนั่งชิลสำหรับคอค็อกเทลรสชาติดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เอาใจผู้ไม่ถนัดเหล้าเบียร์ พร้อมบรรยากาศแสนสบาย ชวนผ่อนคลายได้ยาว ๆ
อย่างที่หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่า ปัจจุบันร้านกินดื่มในกรุงเทพฯ นั้นมีให้เลือกเยอะแยะมากมาย หลากหลายแนวให้เลือกนั่งตามความชอบของแต่ละคน ทว่าในบางวันที่หนุ่ม ๆ ไม่อยากดื่มอะไรหนัก ๆ เพียงแค่อยากจิบค็อกเทล นั่งเหล่สาวแบบเบา ๆ แต่ไม่รู้จะไปนั่งร้านไหนละก็ ถ้างั้นลองมาดูร้านที่เราคัดมาฝากกันก่อนเลยดีกว่าว่า มีร้านไหนเด็ดโดนใจจนต้องตามไปเช็กอินกันบ้าง

1. Junker and Bar

ร้าน “Junker and Bar” ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งนั่งชิลที่หลายคนนิยมมารวมตัวกันที่นี่ เพราะนอกจากจะมีเครื่องดื่มให้เลือกเยอะแล้ว ในส่วนเมนูค็อกเทลของทางร้านก็ทำตามสูตรของตัวเอง ขณะที่ภายในร้านเน้นตกแต่งแบบเรียบง่าย จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้นั่งสบาย ๆ โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโต๊ะและหน้าบาร์ ส่วนเมนูอาหารเน้นเสิร์ฟเมนูง่าย ๆ อย่าง เบอร์เกอร์, ชีสทอด, เฟรนช์ฟรายส์ เข้ากับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์หลักของทางร้านได้อย่างลงตัวสุด ๆ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 14.00-00.00 น.

เที่ยวกลางคืน ร้านกินดื่มเน้นค็อกเทลท็อปฮิตในเมืองกรุง คัดมาเน้น ๆ เพื่อสายชิลโดยเฉพาะ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.xn--22c0b3ah2c9bxas.net/

2
ความรู้เบื้องต้นของเทคโนโลยีการล้างที่ทุกคนควรทราบ ?
อย่างแรกเราทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติและความเป็นมาของประเทศไทยเกี่ยวกับน้ำยาล้างคราบน้ำมัน โดยส่วนใหญ่นั้นจะพบเห็นได้ในอุตสาหกรรมโรงงานผลิตรถยนต์เป็นจำนวนมากในกระบวนการผลิตนั้นๆ

จะมีการใช้น้ำมันในการขึ้นรูปแต่ชนิดไม่เหมือนกัน และในการผลิตนั้นๆ จะต้องใช้น้ำยาล้างคราบน้ำมัน เพื่อล้างคราบสิ่งสกปรกก่อนส่งให้ลูกค้าเสมอๆ อุตสาหกรรมการผลิตโลหะนั้น นิยมใช้ สารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) แทนสารประกอบ ไตรคลอโรเอทีลีน (Trichloro Ethylene) เหตุเพราะว่าเป็นสาเหตุก่อให้เกิดทำลายต่อสุขภาพ สมอง กล้ามเนื้อ ตับ ในร่างกายมนุษย์ อีกทั้งมีผลเสียต่อการสืบพันธ์มนุษย์ และยังเป็นผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมการทำลายโอโซนและสภาพวะเรือนกระจก ดังนั้น เราสามารถจำแนกน้ำยาล้างคราบน้ำมันไฮโดรคาร์บอนได้ 3 กลุ่ม คือ

Saturated Hydrocarbon (สารไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว) ซึ่งมีโครงสร้าง Cn+(H2n+2) โดย C = อะตอมคาร์บอน และ H = อะตอมไฮโดรคาร์บอน ข้อดีคือกลิ่นเบา สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แต่ข้อเสียคือราคาสูง
Unsaturated Hydrocarbon (สารไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว) ซึ่งโครงสร้าง Cn+(H2n) โดย C = อะตอมคาร์บอน และ H = อะตอมไฮโดรคาร์บอน ข้อดีคือราคาถูกปานกลาง แต่ข้อเสียคือกลิ่นแรง
Aromatic Hydrocarbon (สารไฮโดรคาร์บอนแบบวงแหวน) ซึ่งโครงสร้าง Cn+(H2n) โดย C = อะตอมคาร์บอน และ H = อะตอมไฮโดรคาร์บอน ข้อดีคือราคาถูกมาก แต่ข้อเสียคือกลิ่นแรงมาก และเป็นอันตราย
คุณสมบัติพื้นฐานของในการเลือกน้ำยาล้างคราบน้ำมัน



น้ำยาล้างคราบน้ำมัน ข้อดี-ข้อเสียของน้ำยาล้างคราบน้ำมัน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาล้างคราบน้ำมัน/

3
หลักการและวิธีการว่าทำไม Invisalign ถึงช่วยให้ฟันเรียงตัวได้ มีหลักการทำงานอย่างไร รวมถึงคำถามที่น่าสนใจ จากคนไข้ที่สอบถามคลินิกมาหลายๆคำถาม เพื่อให้เข้าใจวิธีการและจะได้ทราบว่าการจัดฟันประเภทนี้เหมาะสมกับใครบ้าง
Invisalign จัดฟันใส
การจัดฟันใส แบบถอดได้ INVISALIGN
สามารถแก้ปัญหาฟันได้หลากหลายพอๆกับการจัดฟันแบบติดเครื่องมือ (การจัดฟันแบบเครื่องมือยึดติดแน่น หรือที่เรียกกันว่า metal bracket) ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว การจัดฟันใส แบบคนทั่วไปถ้าไม่สังเกตุดีๆจะไม่รู้เลยว่ากำลังจัดฟันอยู่ เมื่อนำมาเทียบกับ การจัดฟันแบบติดเหล็ก เรียกได้ว่าสูสีแบบที่เข้าขั้นว่า ถ้าติดเหล็กทำได้ การจัดฟันใสแบบ Invisalign ก็ทำได้ แถมแอบมีข้อดีเยอะกว่า
จัดฟันใส INVISALIGN แตกต่างและมีจุดเด่นอย่างไร

ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรอยยิ้มให้สวยงาม รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับฟันคร่าวๆดังนี้
ฟันซ้อนฟันเก
ฟันห่าง
เคยจัดฟันแล้วแต่ไม่ใส่รีเทนเนอร์ทำให้ฟันล้ม
หรือผู้ที่จะทำวีเนียร์หรือตกแต่งเหงือก
บางครั้ง การจะทำให้รอยยิ้มสมบูรณ์และสวยงามนั้นอาจจะต้องใช้การจัดฟันร่วมด้วย



invisalign จัดฟัน แตกต่างจากการจัดฟันแบบอื่นๆอย่างไร ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.idolsmiledental.com/invisalign/

4
มีแมลงในบริเวณครัวเรือน ที่สร้างปัญหาต่อสุขภาพของประชาชนในชีวิตประจำวันอยู่หลายชนิด ทั้ง ก่อโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น มด แมลงวัน แมลงสาบ บางชนิดนำโรคระบาดทำให้เจ็บป่วยและตายเป็นประจำทุกปีตามฤดูกาล

โดยเฉพาะในปีนี้ระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึง สิงหาคม นั้น เป็นช่วงเข้าสู่ฤดูฝนเราจะพบความชุกชุมของยุงลายพาหะนำโรคไข้เลือดออก และโรคชิคุนกุนยา ค่อนข้างสูง และดูเหมือนว่า การระบาดของโรคมีแนวโน้มจะรุนแรงเพิ่มขึ้น ๆ ทุกปี

การควบคุมลดความชุกชุมของยุงลายเพื่อยับยั้งการระบาดของโรคไข้เลือดออกและไข้ปวดข้อยุงลายนั้น นอกเหนือจากส่วนราชการและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเร่งรัดในการดำเนินการตามแผนควบคุมโรค โดยระดมฉีดพ่นสารเคมีกำจัดลูกน้ำและยุงลายเป็นประจำอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ประสบปัญหาไม่สามารถยับยั้งการระบาดของโรคได้ทันกาล หลายปีที่ผ่านมาพบว่า ยุงลายมีแนวโน้มดื้อต่อสารเคมีกำจัดเพิ่มขึ้นในหลายเขตพื้นที่ ซึ่งเป็นที่วิตกกันว่าการควบคุมยุงลายในอนาคตข้างหน้านั้น อาจจำเป็นต้องสิ้นเปลืองและเสี่ยงภัยจากการใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น ๆ เป็นทวีคูณ

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ยุงลายที่เป็นต้นเหตุและเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก/ชิคุนกุนยามาระบาดทั่วเมืองเป็นประจำทุกปีอยู่นี้ เป็นยุงชนิดที่ชอบอาศัยอยู่ใกล้ชิดกับคนมากที่สุด เพราะทั้ง แหล่งเพาะพันธุ์ และแหล่งหลบซ่อนเกาะพัก ของยุงลายนั้น ล้วนอยู่ตามบริเวณบ้านที่พักอาศัยของประชาชนนั่นเอง หากแต่ละครัวเรือนสามารถกำจัด ตัวยุงลายและตัวลูกน้ำ ได้ด้วยวิธีการง่าย ๆ ในทันทีได้แล้ว ก็เชื่อว่าความรุนแรงของโรคระบาดจะถูกยับยั้งจำกัดวงได้ในระยะเวลาอันสั้น
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้พัฒนาการใช้สารลดแรงตึงผิวกลุ่มสารซักล้างที่ชาวบ้านมีใช้ประจำทุกครัวเรือนและกาลักน้ำและนำมาใช้กำจัดลูกน้ำและยุงลายขึ้นโดยเฉพาะ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ครัวเรือนได้นำ วัสดุ/สารในครัวเรือน ที่มีในชีวิตประจำวันนี้มาใช้กำจัด ลด จำนวนยุงลายในครัวเรือนตนเองได้ในทันทีที่ถูกรบกวนอย่าง สะดวก ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงต่อไป

สารลดแรงตึงผิว (กลุ่มสารซักล้าง)

ผลิตภัณฑ์ประจำครัวเรือนในชีวิตประจำวันที่รู้จักกันแพร่หลายที่สุดประเภทหนึ่ง (มากกว่าย่าฉีดยุง) ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดและชำระล้างสิ่งสกปรกภายในครัวเรือนต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน แชมพู สบู่เหลว ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีสารองค์ประกอบหลักเป็นสารลดแรงตึงผิวซึ่งประกอบด้วยโมเลกุล 2 ขั้วสำคัญ คือ ส่วนที่เป็น hydrophilic (polar segment) และ ส่วนที่เป็น hydrophobic (nonpolar segment) ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีคุณสมบัติในการจับเปียก และ ทำให้คราบไขมัน สกปรก หลุดออกจากพื้นผิววัสดุได้โดยง่าย และถ้าเปรียบยุง แมลง เป็นวัสดุขนาดเล็กๆ หากฉีดพ่นสารละลายนี้ไปถูกตัวแมลงแล้ว แมลงจะถูกจับเปียกและตายทันที หรือ บางตัวที่พยายามจะเดินหนี สารละลายที่เปียกทั้งตัวอยู่ โดยเฉพาะที่รูหายใจ (spiracle) ตามส่วนท้อง จะถูกดูดเข้าไปสู่ระบบหายใจ ซึ่งจะทำให้เยื่อเมือกในระบบท่อหายใจถูกสลายรวมกับสารละลาย ทำให้ระบบการหายใจสูญเสียสภาพการควบคุมการดูดซับอากาศและความชื้นที่ใช้ในการหายใจได้ ซึ่งจะทำให้แมลงขาดอากาศและตายในที่สุด

การเตรียมและใช้สารลดแรงตึงผิว (สารซักล้าง) กำจัดยุงด้วยกระบอกฉีดน้ำพรมผ้า

1. การฉีดพ่นกำจัดยุงลาย

1.1 การฉีดพ่นกำจัดยุงลายที่เกาะพักบริเวณแหล่งน้ำ หรือ บริเวณที่ชื้น เช่น ในห้องน้ำ หรือตามผนังภายในภาชนะ/วัสดุ ที่เก็บขังน้ำต่าง ๆ
การเตรียม เจือจางน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนผสมน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 1 ลิตร
การใช้ ฉีดพ่นต่อเนื่องไปที่กลุ่มยุง (direct spray) ที่เกาะพักตามมุมผนังในห้องน้ำหรือภาชนะ/วัสดุที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายจะเห็นว่า ยุงตกจมน้ำตายทันที

1.2 การฉีดพ่นกำจัดยุงลายที่พบเห็นเกาะพักเป็นกลุ่มตามซอกมุมบ้านหรือบริเวณกองผ้า ผ้าห้อยแขวนหรือบริเวณที่เก็บหมอนมุ้งใกล้ที่นอนหรือ ห้องนั่งเล่น
การเตรียม เจือจางน้ำยาล้างจานกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนผสมน้ำยาล้างจาน 1 ส่วนผสมกับน้ำ 4 ส่วน สำหรับเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกและหลังจากใช้ได้คล่องดีแล้วสามารถเจือจางลงได้ถึง 20 เท่าเมื่อใช้กับอุปกรณ์ฉีดพ่นขนาดใหญ่ขึ้น หรือใช้ฉีดซ้ำ ๆ ไปที่กลุ่มแมลงก็หวังผลกำจัดได้เช่นกัน
การใช้ ฉีดพ่นต่อเนื่องไปที่กลุ่มยุง (direct spray) ที่พบเห็นเกาะเป็นกลุ่มตามบริเวณต่าง ๆ ดังกล่าว


การกำจัดตัวโม่งและ กำจัดลูกน้ำยุงลาย ในภาชนะ/วัสดุ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดลูกน้ำยุงลาย/

5
เครื่องซักผ้านั้น เมื่อเราใช้เป็นเวลานาน ก็มักจะมีกลิ่นอับชื้นติดอยู่ แถมเมื่อเราเอาผ้าไปซัก กลิ่นนั้นก็ติดเสื้อผ้าของเรามาอีกด้วย แทนที่เราจะได้ใช้เครื่องซักผ้าเพื่อการกำจัดคราบสกปรก และกำจัดกลิ่น กลับได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์กลับมา หากใครมีปัญหานี้ มาดูวิธีแก้ไขปัญหากลิ่นในเครื่องซักผ้ากันอย่างง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนต่อไปนี้

1.โดยปกติแล้ว เราใช้น้ำในอุณภูมิปกติซักผ้า ไม่ร้อน และไม่เย็น การซักด้วยอุณภูมิปกตินี้ ทำให้เราประหยัดค่าไฟฟ้าได้ อีกทั้งยังไม่ทำลายสภาพแวดล้อม แต่การซักผ้าด้วยน้ำธรรมดานี้ ไม่สามารถขจัดเชื้อรา และเชื้อแบคทีเรียออกจากเครื่องซักผ้าของเราได้ ดังนั้น เราต้องมีวิธีจัดการปัญหานี้ ด้วยการเปิดเครื่องให้ทำงานด้วยน้ำร้อน โดยไม่ต้องใส่เสื้อผ้าลงไปซัก อย่างน้อยเดือนละครั้ง

2.ปิดเครื่อง หลังการทำความสะอาดเครื่องด้วยน้ำร้อนแล้ว ให้ปิดเครื่อง ถอดปลั๊กออก เพื่อพัก ก่อนที่จะเปิดขึ้นมาใช้งานอีกในครั้งต่อไป

3.ทำความสะอาดส่วนที่เป็นยางซีลกันน้ำ ช่องเปิด-ปิดต่าง ๆ รวมทั้งตัวกรอง เพราะเชื้อราและแบคทีเรียสามารถที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่บริเวณยางซีลกันน้ำ และตามรูระบายน้ำต่าง ๆ หลังการใช้เครื่อง ต้องขัดทำความสะอาดในจุดเหล่านี้ หากทำเป็นประจำ จะช่วยป้องกันการก่อตัวของเชื้อราและแบคทีเรียได้ หากปล่อยไว้นาน จะไม่สามารถขัดออกได้ และจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ นอกจากนี้ เชื้อราและแบคทีเรีย มีแนวโน้มที่จะก่อตัวบริเวณช่องใส่ผงซักฟอก และตัวกรองอีกด้วย

4.เปิดฝาเครื่อง เพื่อให้อากาศถ่ายเทบ้างป้องกันความอับชื้น เชื้อรา และแบคทีเรีย นอกจากฝาเครื่องแล้ว ตามช่องใส่น้ำยาต่าง ๆ ก็ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทเข้าไปได้บ้างหลังการใช้งาน

5.ตรวจเช็คท่อระบายน้ำทิ้ง หากทำตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว และพบว่ายังมีกลิ่นอยู่ ลองทำความสะอาด หรือหากมีความสกปรกมากหรือพบว่าชำรุดเสียหายก็ต้องเปลี่ยนใหม่




วิธี กำจัดกลิ่น ในเครื่องซักผ้า ป้องกันปัญหาเสื้อผ้าเหม็น ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/วิธีบำบัดน้ำเสีย/


6
 เป็น ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ชนิดผง ที่มีการพัฒนานำเอากลุ่มสายพันธ์ จุลินทรีย์ ที่พร้อม ผลิตเอนไซม์ย่อยสลาย ได้หลายชนิดมาอยู่รวมกัน

เพื่อนำไปใช้ในการ เร่งกระบวนการย่อยสลาย และ การหมักวัสดุอินทรีย์ทุกประเภท ทั้งจากแป้ง โปรตีน ไขมัน เส้นใยพืช ผลไม้ หรือวัสดุอินทรีย์อื่น ๆ หลังจากการใช้เบสท์ ดีเอ็ม เร่งกระบวนการ ย่อยสลายสารอินทรีย์ แล้วจะได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ ปุ๋ยหมักชีวภาพ สารปรับปรุงดิน น้ำหมักชีวภาพ ฮอร์โมนพืช น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง น้ำชีวภาพฆ่าหญ้า น้ำชีวภาพกำจัดศัตรูพืช น้ำชีวภาพไล่แมลง หรือวัสดุอื่นที่มีประโยชน์เพื่อการนำไปปรับปรุงคุณภาพดิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชและสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืช

การใช้งาน หัวเชื้อจุลทรีย์ เบสท์ ดีเอ็ม
เหมาะสมสำหรับการใช้งานจาก ชุมชน สู่องค์กร และอุตสาหกรรม รวมทั้งหน่วยงานราชการต่าง ๆ ได้แก่ บ้านเรือน ชุมชน กลุ่มเกษตรกร ร้านอาหาร ตลาดสด โรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์ขนถ่ายขยะ บ่อฝังกลบขยะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต) เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ) เหมาะสมสำหรับนำไปส่งเสริมโครงการ Zero Waste แปลงขยะเป็นประโยชน์ นำไปรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้อินทรีย์ (ขยะอินทรีย์) เปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนดูแล และ จัดการขยะ จัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน ด้วยตนเอง การนำเบสท์ ดีเอ็มไป จัดการขยะอินทรีย์ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ นำมาซึ่งการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ลดต้นทุนทางการเกษตร และส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข้ง พึ่งพาตนเองได้ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คุณสมบัติและข้อเด่นของ เบสท์ ดีเอ็ม ที่ดีกว่า
– เบสท์-ดีเอ็ม สามารถนำไปใช้ใน การหมักวัสดุอินทรีย์ ได้ทุกชนิด ทั้ง พืช สัตว์ ผลไม้ กลุ่มเส้นใย ฟางข้าว ผักตบชวา สมุนไพร มูลสัตว์ ใบไม้ กิ่งไม้ เป็นต้น (ขณะที่จุลินทรีย์เพื่อการหมักชนิดอื่น ต้องแยกเป็นแต่ละชนิด เพื่อการหมักแต่ละประเภท)

– กระบวนการหมัก ด้วยเบสท์-ดีเอ็ม ทำได้ สะดวก ง่าย ประหยัดเวลา และเห็นผลไว ไม่ต้องใช้กากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทราย เป็นตัวกระตุ้นหรือเป็นสารอาหารให้จุลินทรีย์เติบโตก่อน โดยจุลินทรีย์ในเบสท์-ดีเอ็ม สามารถย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ทำหารหมักได้ทันทีเมื่อเริ่มต้นกระบวนการหมัก และการหมักสามารถทำงานได้ทั้งระบบมีอากาศ และ ระบบไม่มีอากาศ สามารถนำไปหมักทั้งในสภาวะเป็นของแข็งและของเหลว


การใช้งาน หัวเชื้อจุลทรีย์ เพื่อนำไปใช้ในการ เร่งกระบวนการย่อยสลาย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/หัวเชื้อจุลินทรีย์/

7
กำจัดสาหร่ายและตะไคร่น้ำแก้ปัญหาน้ำหนืด น้ำเป็นฟอง ปรับลด PHได้ดี ไม่ทำลายจุลินทรีย์มีออกซิเจนเพิ่มขึ้น

เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อทำลายและควบคุมสาหร่ายทุกชนิด โดยจะยับยั้งการถ่ายทอดอิเล็คตรอนในปฏิกิริยาการสังเคราะห์แสงของสาหร่าย ทำให้สาหร่ายค่อยๆตายๆไปในที่สุด

1.ช่วยให้น้ำในบ่อโปร่งสวย เหมาะต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำ

2.ช่วยลดค่า PH ทำให้สัตว์น้ำ เช่นกุ้ง ปลา กบ ตะพาบน้ำ ไม่ป่วยเป็นโรคง่าย

3.เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้มากขึ้น แก้ปัญหาน้ำหนืด น้ำเป็นฟอง

4.ช่วยลดปัญหาสาหร่ายเข้าเหงือกสัตว์น้ำมีความปลอดภัยต่อคน และสัตว์

5.สามารถใช้ร่วมกับจุลินทรีย์ได้

อัตราการใช้

ใช้ อัลจี้ เคลียร์250กรัม/ไร่ ละลายในน้ำ20ลิตร หรือ 1กิโลกรัม/4ไร่ ละลายน้ำ80-100ลิตร แล้วนำไปสาดให้ทั่วบ่อหรือน้ำมีสีเขียว เข้มและหนืดควรเพิ่มปริมาณการใช้ให้มากขึ้น

ควรใช้ช่วงเช้าและเปิดเครื่องตีน้ำ

ไม่ควรใช้กับบ่อที่มีการเลี้ยงพืชน้ำ

ตะไคร่น้ำ คือ สาหร่ายเซลล์เดียวซึ่งเกาะยึดในพื้นที่ที่มีน้ำไหล เพราะน้ำที่ไหลมีทั้งออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และสารอาหารไหลเวียนดี แสงดี สาหร่ายพวกนี้จะมายึดเกาะ กลายเป็นผืนเขียว ๆ

ตะไคร่น้ำยังประกอบไปด้วยสาหร่ายชนิดต่าง ๆ รวมทั้งพวกไซยาโนแบคทีเรียมาเกาะกลุ่มอยู่รวมตัวกัน บางกลุ่มเกาะยึดในบริเวณที่เปียกชื้น บางกลุ่มอยู่ในน้ำ แต่ละกลุ่มจะมีสีที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าตะไคร่น้ำมีสาหร่ายกลุ่มใดเป็นองค์ประกอบ

มักจะสับสนกับเทา ที่ป็นสาหร่ายน้ำจืด

ตะไคร่น้ำจัดอยู่ใน Protista Kingdom

Protista Kingdom

ลักษณะสำคัญของโปรติสตามีดังนี้ คือ เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่จัดเป็นพืชหรือสัตว์ มีโครงสร้างง่าย ๆ ส่วนมากประกอบด้วยเซลล์เดียว ( Unicellular )

บางชนิดมีหลายเซลล์รวมกันเป็นกลุ่ม ( Colony ) หรือเป็นสายยาว ( Filament ) แต่ยังไม่เป็นเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะ ไม่มีเอ็มบริโอ

บางชนิดสร้างอาหารได้เองเพราะมีคลอโรฟิลล์ เรียกว่า Autotrophic organism บางชนิดสร้างอาหารเองไม่ได้ เรียกว่า Heterotrophic organism

บางชนิดเป็นทั้ง Autotroph และ Heterotroph เรียกว่า Mixotrophic organism

Protozoa จัดอยู่ใน Phylum Protozoa มีเซลล์เดียว มีทั้งอยู่ในน้ำจืดและน้ำเค็ม ในดิน และสิ่งมีชีวิตอื่น บางชนิดอยู่เป็นอิสระ บางชนิดเป็น

ปรสิตบางชนิดอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นแบบภาวะพึ่งพา บางชนิดอยู่แบบเกื้อกูล การสืบพันธุ์ส่วนมากสืบพันธุ์แบบแบ่งตัวเอง Binary fission , budding , conjugation โปรโตซัวส่วนใหญ่หากินแบบอิสระ

การจัดแบ่งโปรโตซัว แบ่งได้ดังนี้

1. พวกที่มีแส้ ( flagella ) ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่น Euglena , Volvox , Trypanosoma , Trichonympha , Trichomonas เป็นต้น

2. พวกที่มีขน ( cilia ) ใช้ในการเคลื่อนที่ เช่น Paramecium , Vorticella เป็นต้น

3. พวกที่เคลื่อนที่โดยใช้การไหลของไซโตพลาสซึมที่เรียกว่า Pseudopodium เช่น Amoeba proteus , A. radiosa , Entamoeba coli , E. histolytica

E. gingivalis

4. พวกที่ไม่มีโครงสร้างในการเคลื่อนที่ ( Sporozoa ) เช่น Plasmodium , Monocystis ( เป็นพาราสิตอยู่ในถุงเก็บอสุจิของไส้เดือน )


สาร กำจัดสาหร่าย และตะไคร่น้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/กำจัดสาหร่าย/

8
ส้วมมีกลิ่น ส้วมส่งกลิ่นแรง ห้องน้ำมีกลิ่น ห้องน้ำส่งกลิ่นแรง ใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นปลอดภัยไร้สารเคมีเจือปน

ในทุกๆบ้านต้องมีส้วมประจำบ้าน และบ้านใดสะอาดหรือไม่บางท่านวัดกันที่ส้วมหรือสุขา ส้วมจึงเป็นเสมือนสัญญลักษณ์แห่งความสกปรกหรือสะอาดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจทำความสะอาดของเจ้าของส้วม

ส้วมมีกลิ่น เกิดจากอะไร? ในแต่ละวันส้วมจะเป็นจุดรับของเสีย ซึ่งมีทั้งอุจจาระและปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ และบ้านบางหลังยังรวมเอาน้ำทิ้งจากการใช้น้ำชำระร่างกายและอื่นๆรวมเข้าไปในส้วมด้วย เมื่อของเสียและสิ่งสกปรกรวมตัวกันก็เกิดการเน่าเสียเกิดขึ้น ซึ่งการเน่าเสียนี้เกิดจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียเข้าไปย่อยสลายของเสียเหล่านั้น และเป็นการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์แบบ จึงก่อให้เกิดของเสียและสิ่งกลิ่นเน่าเหม็นเกิดขึ้นตามมา ซึ่งถือเป็นมลภาวะอีกประเภทหนึ่ง จึงทำให้เกิด ส้วมมีกลิ่นหรือส้วมส่งกลิ่นติดตามมา โดยเฉพาะถ้าปริมาณของเสียมีทุกวันและจำนวนมากดั่งเช่นส้วมสาธารณะตามแหล่งต่างๆหรือตามหน่วยงานที่มีคนจำนวนมากมักจะพบบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะใช้สารเคมีกำจัดกลิ่น ซึ่งก็ได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทำให้สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดส้วมมีกลิ่นนั้นเกิดการตกค้างในระบบนิเวศน์และออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำได้

วิธีการจัดการส้วมมีกลิ่นที่ได้ผลดีที่สุดและตรงจุดที่สุดก็คือการบำบัดของเน่าเสียเหล่านี้โดยวิธีธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับสภาวะแวดล้อมและธรรมชาติโดยรวม ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลดีมากขึ้น วิธีการดับส้วมมีกลิ่นก็คือ การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียจากธรรมชาติหรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง เมื่อขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ชนิดนี้จบลงก็จะทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไป ของเสียต่างๆในส้วมก็จะถูกย่อยสลายให้เป็นอณุภาคเล็กลง ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือส้วมไม่เต็มง่าย กลิ่นต่างๆก็จะมลายหายไป

การใช้จุลินทรีย์ในการบำบัดของเสียในส้วม ซึ่งมีทั้งสิ่งสกปรกต่างๆและกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ทำให้เกิดปัญหาส้วมมีกลิ่นได้ ขนาดของการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละครั้งควรดูที่ปัญหาและปริมาณของเสียปริมาณน้ำเสียต้องให้เหมาะสมและสมดุลย์กันกับปริมาณการใช้จุลินทรีย์จึงจะได้ผลดี ซึ่งจุดนี้ผู้คนที่ใช้จุลินทรีย์ส่วนมากจะเข้าใจผิดกัน ในบางแห่งน้ำเสียและปริมาณของเสียมีจำนวนมาก แต่ใช้จุลินทรีย์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดคิดว่าการใช้จุลินทรีย์ไม่ได้ผล ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด ในการใช้จุลินทรีย์ในแต่ละปัญหาและในแต่ละครั้งนั้น จุดที่ต้องคำนึงถึงคือ ปริมาณการใช้จุลินทรีย์ต้องให้เหมาะสมกับปริมาณสิ่งสกปรกหรือของเสียนั้นๆ ใช้จุลินทรีย์ในปริมาณที่มากได้ แต่ไม่ควรใช้ในปริมาณที่น้อยเกินไปจนทำให้ระบบการย่อยของจุลินทรีย์ไม่ทั่วถึง และจุลินทรีย์ที่ใช้ควรเป็นจุลินทรีย์ที่แอคทีฟสูงไม่เก่าเก็บ และประการสำคัญจุลินทรีย์ที่ใช้สำหรับบำบัดกลิ่นหรือบำบัดน้ำเน่าเสียควรเป็นจุลินทรีย์ที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ การนำจุลินทรีย์ที่ออกแบบใช้ในการเกษตรมาใช้บำบัดน้ำเสียหรือบำบัดกลิ่นอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

ในส่วนของการใช้จุลินทรีย์สำหรับดับกลิ่นส้วมมีกลิ่น การใช้ครั้งแรกควรเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ ทั้งนี้เพื่อให้จุลินทรีย์เข้าไปย่อยสลายของเสียหรือสิ่งสกปรกที่ตกค้างจำนวนมากและตกค้างมานานให้หมดไปก่อน หลังจากนั้นการใช้ในครั้งต่อไปก็ให้ลดลงตามส่วนได้ ดูการใช้จุลินทรีย์สำหรับส้วมมีกลิ่น คลิกที่นี่ ส่วนการใช้งานอื่นๆก็สามารถประยุกต์ให้เหมาะสมกับปัญหาและพื้นที่ที่ใช้ในแต่ละครั้ง

ในช่วงฤดูฝนส้วมส่วนมากจะมีปัญหาที่เรียกว่าส้วมมีกลิ่นหรือส่งกลิ่นแรงนั่นเอง กลิ่นส้วมที่พบเป็นกลิ่นก๊าซไข่เน่าที่ลอยขึ้นมาตามท่อหรือบริเวณที่อากาศเข้าถึงได้ และกลิ่นส้วมนี้ก็ถือว่าเป็นมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมอีกประเภทหนึ่ง ดังนั้นถ้าไม่ต้องการให้ส้วมมีกลิ่นก็ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียลงไปอย่างสม่ำเสมอ




จุลินทรีย์ชีวภาพ ส้วมมีกลิ่น / ห้องน้ำมีกลิ่น/ กลิ่นส้วม  ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/จุลินทรีย์ชีวภาพ/

9
กำจัดคราบสกปรกแบบไม่ทิ้งรอยขีดข่วน ด้วยของใช้ในบ้าน ใครแพ้สารเคมีในน้ำยาทำความสะอาด ลองนำไปใช้กันดูนะคะ

แม้พื้นกระเบื้องจะดูแลง่าย แต่หากทำความสะอาดโดยไม่ระวัง ก็อาจะทำให้เกิดรอยขีดข่วน ผุ กร่อนได้เหมือนกัน วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำวิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้องด้วยของใช้ในบ้านมาฝากกัน ไว้ให้สำหรับคนที่แพ้น้ำยาเคมีแรง ๆ หรืออยากลองผสมน้ำยาทำความสะอาดพื้นใช้เอง หรือวิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้องยังไงไม่ให้มีรอย ตามไปชมกันเลยค่ะ

วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง

1. มะนาว

สำหรับบ้านใครที่พื้นกระเบื้องมีคราบสนิมกวนใจ มากำจัดคราบสนิมบนพื้นกระเบื้องง่าย ๆ ด้วยของใกล้ตัว อย่าง “มะนาว” กันดีกว่า โดยบอกได้เลยว่าวิธีนั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่บีบน้ำมะนาวให้ทั่วรอยคราบ แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นก็นำแปรงสีฟันเก่ามาขัด ๆ ถู ๆ โดยขั้นตอนนี้อาจจะต้องออกแรงและใช้เวลาสักหน่อย เพื่อให้คราบหลุดออก แต่รับรองได้เลยว่าจะไม่มีคราบหลงเหลือ แถมไม่ทำร้ายผิวกระเบื้อง และไม่ก่อให้เกิดคราบเพิ่มด้วย

แต่ต้องบอกเลยว่ามะนาวนั้นมีประโยชน์มากมายกว่าแค่ช่วยทำความสะอาดคราบบนพื้นกระเบื้อง ฉะนั้นถ้าหากอยากรู้ว่ามะนาวจะมีประโยชน์ดี ๆ อะไรบ้าง ก็สามารถตามไปดูกันได้ที่ 20 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยงานบ้านได้อย่างมหัศจรรย์ !

2. ยาสีฟัน

เพียงแค่ป้ายยาสีฟันลงบนรอยคราบ แล้วนำแปรงสีฟันมาถูเหมือนตอนที่แปรงฟัน จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำเปล่า เท่านี้ก็จะได้พื้นที่สะอาดไร้คราบสกปรกกวนใจง่าย ๆ แล้ว แถมเรายังสามารถนำยาสีฟันไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ เกี่ยวกับงานบ้านได้มากมายเลยด้วยนะ

– 16 ประโยชน์ของยาสีฟัน ที่ทำได้สารพัดอย่าง

3. สารฟอกขาว

นอกจากจะช่วยให้ผ้าขาวสะอาดเหมือนใหม่แล้ว สารฟอกขาวยังนำมาใช้ในการทำความสะอาดพื้นกระเบื้องได้ด้วย โดยขั้นแรกให้โรยสารฟอกขาวลงไปให้ทั่วรอยคราบ ไม่จำเป็นต้องใช้ปริมาณเยอะมาก แต่รอให้สารฟอกขาวเซตตัวสักประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ฉีดน้ำลงไปนิดหน่อย แล้วก็ขัดทำความสะอาดพื้นกระเบื้องจนสะอาดได้เลย

วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง

4. มะเขือเทศกับเกลือหิน

มะเขือเทศที่เราชอบกินก็สามารถใช้ทำความสะอาดคราบสนิมบนกระเบื้องได้ โดยให้เราผ่ามะเขือเทศออกเป็นครึ่งซีก จากนั้นก็นำไปถูบนคราบ พร้อมบีบให้น้ำจากมะเขือเทศกระจายตัวอยู่บนคราบ เสร็จแล้วก็นำเกลือหินมาโรยบนน้ำมะเขือเทศอีกที แล้วจึงใช้แปรงสีฟันขัดคราบออกแบบวนเป็นวงกลมจนกว่าคราบหายไป

5. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

อีกหนึ่งสูตรทำความสะอาดพื้นกระเบื้องดี ๆ ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ การผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ¼ ถ้วยตวง กับน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง (ถ้าหากพื้นกระเบื้องของคุณสกปรกหนักมากก็ให้เพิ่มลงไปอีก ¼ ถ้วยตรง) ลงในน้ำอุ่นปริมาณ 1.5 แกลลอน พร้อมกับหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาวหรือลาเวนเดอร์ลงไปสัก 5-10 หยด จากนั้นก็คนให้ส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากัน แล้วก็นำไปใช้ถูพื้นได้เลย

โดยต้องบอกเลยว่า น้ำยาทำความสะอาดพื้นกระเบื้องสูตรนี้จะช่วยให้พื้นของคุณแห้งไวขึ้นมาก แถมยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ถ้าหากว่าบ้านของคุณเลี้ยงแมวเอาไว้ละก็ ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดพื้นด้วยวิธีนี้ หรือไม่ก็ใช้น้ำมันหอมระเหยแบบเจือจางมาก ๆ (น้อยกว่า 1% ของน้ำยาถูพื้น) แทน เพราะเพียงแค่กลิ่นของน้ำมันหอมระเหยก็สามารถเป็นพิษต่อแมวของคุณได้แล้ว

6. น้ำส้มสายชู

เป็นที่รู้กันดีว่า น้ำส้มสายชู ช่วยทำความสะอาดและกำจัดคราบต่าง ๆ ได้เพียบ ซึ่งแน่นอนว่าคราบสกปรกบนพื้นก็เช่นกัน โดยขั้นตอนก็ง่าย ๆ แค่ฉีดน้ำส้มสายชูลงไปบนรอยคราบแล้วออกแรงขัดนิดหน่อย จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น เท่านี้คราบสกปรกต่าง ๆ ก็จะไม่หลงเหลืออยู่บนพื้นของเราแล้ว

วิธีทำความสะอาดพื้นกระเบื้อง

7. เบกกิ้งโซดา

สำหรับการกำจัดคราบบนพื้นกระเบื้องที่เพิ่งจะเกิดขึ้นไม่นานหรือไม่ค่อยฝังแน่น ให้โรยเบกกิ้งโซดาให้ทั่วคราบ แล้วล้างทำความสะอาด เพียงเท่านี้คราบก็จะสลายไป ส่วนคราบที่ฝังลึกและเกิดขึ้นมานานแล้ว ให้ผสมเบกกิ้งโซดาเข้ากับน้ำเปล่าเล็กน้อย คนจนเหนียว จากนั้นก็นำไปป้ายบนคราบ ปล่อยทิ้งไว้สักครู่ แล้วก็ลงมือทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าและผ้าสะอาดจนคราบหายเกลี้ยงได้เลย




น้ำยาทำความสะอาด พื้นกระเบื้อง กำจัดคราบสกปรกแบบไม่ทิ้งรอยขีดข่วน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาทำความสะอาด/

10
คราบมันในครัวเป็นปัญหากวนใจมานาน เพราะนอกจากจะดูสกปรกแล้ว ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคด้วย วันนี้เราเลยนำวิธีล้างคราบมันในห้องครัวมาบอกต่อแล้ว

คราบมันไม่ได้ทำให้ห้องครัวดูสกปรกเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค อีกทั้งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะคราบมันบนพื้น ซึ่งบางครั้งก็ปล่อยทิ้งไว้นานจนกลายเป็นคราบมันที่ฝังแน่นจนขัดออกยาก วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำวิธีล้างคราบมันในห้องครัวด้วยของใช้ในบ้านมาฝาก อีกทั้งยังเป็นวิธีการขจัดคราบมันง่าย ๆ ไม่ต้องออกแรงเยอะ ถูเบา ๆ ก็สะอาดแล้ว

วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัว

1. น้ำส้มสายชู

สำหรับคราบน้ำมันที่ค้างมานาน จนเกาะแน่นฝังลึกบนพื้นผิว เช่น ชั้นวางของ ตู้กับข้าว พื้น ผนัง พัดลมดูดควัน หรือเครื่องครัวต่าง ๆ ให้ผสมน้ำ 2 ส่วน ต่อน้ำส้มสายชู 1 ส่วน เข้าด้วยกัน จากนั้นนำผ้าไปชุบ แล้วเช็ดบริเวณที่มีเป็นคราบ กรดอ่อน ๆ ในน้ำส้มสายชูก็จะช่วยกัดความสกปรกออกไป เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าชุดน้ำสะอาดเช็ดซ้ำอีกครั้งหรือล้างกับน้ำยาล้างจานเพื่อกำจัดกลิ่น เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ห้องครัวกลับมาสะอาดเอี่ยมและน่าใช้แล้ว

2. น้ำร้อน

วิธีล้างคราบมันตามจุดต่าง ๆ ในห้องครัวหรือวิธีล้างคราบน้ำมันติดครื่องดูดควันที่ง่ายที่สุด ขอยกให้น้ำร้อนเลยค่ะ เพราะแค่ใช้ผ้าชุบน้ำร้อนบิดหมาด ๆ แล้วเอาไปเช็ดบริเวณที่มีรอยน้ำมันเกาะ คราบก็จะค่อย ๆ จางหายไปภายอย่างรวดเร็ว แต่ว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับล้างคราบน้ำมันที่เกิดขึ้นไม่นานมาก เพราะคราบจะยังไม่ฝังตัวลึก อยู่ในจุดที่น้ำร้อนยังสามารถทำความสะอาดได้ แถมยังไม่ทำให้พื้นผิวลื่นด้วย

3. เกลือ

เชื่อว่าในห้องครัวของทุกคนต้องมีเกลืออยู่แล้ว เลยนำวิธีใช้เกลือขจัดคราบน้ำมันติดผนังมาฝากด้วย ซึ่งทำตามได้ง่าย ๆ เลย แค่โรยเกลือลงไปบนคราบน้ำมัน แล้วรอให้เกลือดูดคราบน้ำมันขึ้นมา จากนั้นฉีดสารละลายบอแรกซ์หรือน้ำสัมสายชูลงไปเล็กน้อย แล้วทำความสะอาดด้วยการใช้ฟองน้ำหรือผ้าชุบน้ำเช็ดส่วนผสมออกให้หมดก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

แต่ถ้าบ้านใครมีรับบิ้งแอลกอฮอล์ (Rubbing Alcohol) หรือแอลกอฮอล์ล้างแผล อยากจะลองวิธีที่ไวกว่านั้นก็ได้นะคะ เพียงแค่ผสมรับบิ้งแอลกอฮอล์ 1 ส่วน กับเกลือ 4 ส่วน แล้วนำไปถูบริเวณที่มีคราบมันเกาะ แค่นี้คราบก็จะหายไปแล้วค่ะ แถมรับบิ้งแอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ในการช่วยกำจัดเชื้อโรคได้อีกด้วยนะ

– รับบิ้งแอลกอฮอล์ กับประโยชน์ที่คุณอาจไม่เคยรู้ !

4. ผงซักฟอก

อีกหนึ่งวิธีขจัดคราบมันในครัวที่เราอยากนำเสนอก็คือ การใช้ผงซักฟอก เพราะผงซักฟอกสามารถล้างคราบน้ำมันได้ทั้งบริเวณพื้น เตา เครื่องดูดควัน และเครื่องครัวต่าง ๆ โดยนำผงซักฟอกไปผสมกับน้ำอุ่น แล้วหยิบผ้ามาชุบ ก่อนจะนำไปเช็ดคราบต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คราบน้ำมันหลุดออกอย่างง่ายดาย เนื่องจากผงซักฟอกมีคุณสมบัติกำจัดสิ่งสกปรกอยู่แล้ว แถมยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย

วิธีกำจัดคราบมันในห้องครัว

5. เบกกิ้งโซดา

เวลามีคราบสกปรกในบ้านหลาย ๆ คนคงนึกถึง “เบกกิ้งโซดา” เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำมาขจัดคราบต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังไม่อันตรายเท่าการใช้น้ำยาเคมีด้วย โดยการขจัดคราบมันในครัวก็เริ่มจากการผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดาเข้าด้วยกัน แล้วนำฟองน้ำมาจุ่ม จากนั้นก็เช็ดให้ทั่งบริเวณที่มีคราบ และทำซ้ำตามขั้นตอนจนกระทั่งคราบมันหมดไป และถ้าใครมีเบกกิ้งโซดาเหลือ จะนำไปใช้กำจัดคราบอื่น ๆ ในบ้านต่อก็ได้นะ

– เบกกิ้งโซดากับ 26 วิธีกำจัดคราบในบ้านอันน่าเหลือเชื่อ !

6. มะนาว

นอกจากจะใช้เบกกิ้งโซดาทำตามวิธีข้างบนแล้ว ยังมีอีกวิธีที่เห็นผลดีสุด ๆ นั่นก็คือการเทน้ำมะนาวผสมลงไปกับเบกกิ้งโซดา ราดลงไปตรงบริเวณที่มีคราบ แล้วใช้ฟองน้ำหรือผ้าขัดคราบน้ำมันออกมา แต่ถ้าหากบ้านไหนไม่ได้ใช้เบกกิ้งโซดาเป็นประจำ จะใช้แค่มะนาวอย่างเดียวก็ได้ โดยฝานมะนาวเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วก็นำไปถูบริเวณที่เป็นคราบ ก่อนจะใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดเพื่อล้างพื้นผิวให้สะอาด

7. น้ำมันพืช

เมื่อต้นเหตุคราบเกิดจากน้ำมัน ก็ใช้น้ำมันนี่แหละกำจัดกันเองซะเลย แถมยังเป็นของที่ต้องมีติดครัวอยู่แล้วด้วย แต่น้ำมันที่จะนำมาใช้ทำความสะอาดควรเป็นน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืชเท่านั้นนะคะ ซึ่งวิธีทำก็ง่าย ๆ แค่เทน้ำมันดังกล่างลงไปบนกระดาษทิชชูเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ บริเวณฝาผนังหรือเครื่องครัว คราบน้ำมันที่ทั้งข้นและเหนียวก็จะค่อย ๆ หลุดออกไป



น้ำยาล้างคราบน้ำมัน วิธีล้างคราบมันในห้องครัว ถูเบา ๆ ก็สะอาดเกลี้ยงทุกตารางนิ้ว ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bcithailand.net/น้ำยาล้างคราบน้ำมัน/

11
ประเทืองชัยขนส่ง  ศูนย์รวมบริการ รถรับจ้างกรุงเทพ รับจ้างขนของ ขนย้ายของทั่วไทย บริการ รถกระบะรับจ้างจังหวัดกรุงเทพ รถหกล้อรับจ้างจังหวัดกรุงเทพ รถขนของจังหวัดกรุงเทพ รถรับจ้างย้ายบ้านจังหวัดกรุงเทพ รถรับจ้างขนของจังหวัดกรุงเทพ และ รถรับจ้างทั่วไป ที่วิ่งให้บริการ ขนย้ายของ ขนย้ายบ้าน ขนย้ายสำนักงานรับจ้างขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ รับจ้างขนย้ายเครื่องจักร ขนส่งสินค้า และบริการ รับจ้างขนของ ทุกชนิด ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ เป็นอย่างมาก เราคือผู้นำด้านการบริการ รถรับจ้าง ที่มีความตั้งใจ ในการทำงานมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า และราคาไม่แพงสามารถตรวจเช็คได้ ซึ่งลุงประเทืองของเรามีตวามตั้งใจ และอยากจะขอโอกาสลูกค้าทุกท่านให้ผมได้ รับใช้ไม่ว่าลูกค้าต้องการที่จะ ขนย้ายของเป็นประเภทอะไร เรามั่นใจและกล้ารับประกันได้เลยว่า งานบริการรับจ้างขนของกับ ประเทืองชัยขนส่ง นั้นลูกค้าจะมีความปลอดภัยในสินค้าและมั่นใจได้เลยว่า ทุกงานบริการของเรา เรารับจ้างด้วยความเป็นกันเอง ราคาถูก ซึ่ง รถรับจ้างทุกชนิดของเรา ให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ท่านสามารถที่จะ ตรวจเช็คราคาค่าขนย้าย กับเจ้าหน้าที่ของเราได้ทุกวันและเวลา ผ่านทาง facebook LINE ID website และเบอร์โทรได้ที่เบอร์
092-4097181 ลุงประเทือง
LINE ID : tuw7181
บริการจากใจลุง ขนส่งรับจ้างขนของทั่วไทย ราคาถูกเป็นกันเอง

หากต้องการขนย้ายของ ท่านจะสะดวกสบายมากขึ้น หากท่านได้รับคำแนะนำดีๆในการขนย้ายของในแต่ละครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของเรามีข้อมูลและมีประสบการณ์พร้อมที่จะให้คำแนะนำท่าน เมื่อท่านต้องการที่อยากจะ ขนย้ายของไม่ว่างานนั้นจะใช้ รถกระบะรับจ้าง หรือ รถ6ล้อรับจ้าง หรือ รถสิบล้อรับจ้าง รถเฮียบรับจ้าง และ รถขนของ อื่นๆ เราก็สามารถที่จะประเมินงานให้กับลูกค้าและระบุการใช้รถที่เหมาะสมให้กับลูกค้าได้อย่างสบายๆ และในการขนย้ายของในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงาน ขนย้ายบ้าน ขนย้ายสำนักงาน ขนย้ายออฟฟิศ ย้ายหอ ย้ายคอนโดมิเนียม และรับจ้างขนของอื่นๆ ต้องบอกเลยว่าในขั้นพื้นฐานของการเตรียมสินค้าก่อนที่จะขนย้ายนั้น ท่านจะต้องปฏิบัติอย่างไรบ้างเพื่อให้งานขนย้ายของนั้นเป็นไปอย่างปลอดภัย ราบรื่นและรวดเร็ว ซึ่งในเบื้องต้นนั้นในการที่จะรับบริการขนย้ายของเราจะแนะนำข้อมูลงาน รับจ้างขนของ กับลูกค้าในทุกๆครั้งซึ่งปฏิบัติง่ายๆและมีคำถามดังนี้
1.   1.ลูกค้าต้องการที่จะขนย้ายสินค้าเป็นอะไร? เช่น ขนย้ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ขนย้ายวัสดุก่อสร้าง ขนย้ายไซต์งานก่อสร้าง ย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายสำนักงาน เป็นต้น
2.สินค้า รายการของที่ขนาดใหญ่มีอะไรบ้าง? เพื่อที่เราจะได้คำนวณกับพื้นที่ปริมาณการใส่สินค้า ยกตัวอย่างเช่น งานรับจ้างย้ายบ้าน เราจะต้องตรวจสอบว่าลูกค้ามี ตู้เสื้อผ้ากี่ใบ ขนาดเท่าไหร่ มีเตียงนอนกี่ตัว มีโซฟากี่ชุด มีตู้เย็น ทีวีกี่ตัว เป็นต้น เนื่องจากว่าเราจะสอบถามเฉพาะรายการที่มีขนาดใหญ่ก่อนเพื่อที่จะคำนวณพื้นที่นั่นเอง
3.ลูกค้าต้องการจากขนย้ายสินค้าจากจุดไหนไปยังจุดไหน ระยะทางเท่าไหร่ ซึ่งไม่ว่าจะขนใกล้หรือขนย้ายไปที่ไกลๆ ต่างจังหวัดเราก็สามารถที่จะให้บริการลูกค้าได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าคุณจะอยู่จังหวัดไหน เราสามารถที่จะให้บริการท่านได้ตลอดเวลาท่านไม่ต้องกังวลเพราะเรามีทีมงาน รถรับจ้างขนย้ายของ  อยู่ทั่วประเทศไทย
4.วันและเวลาในการที่จะขนย้าย ซึ่งมีส่วนสำคัญพอสมควรเนื่องจากว่าหากอยู่ในเขตพื้นที่ตัวเมืองซึ่งถ้าเป็นรถขนาดใหญ่ตั้งเเต่ รถ 6 ล้อรับจ้าง ขึ้นไปในจังหวัดแต่ละจังหวัดจะมีการกำหนดช่วงติดเวลาของรถ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถที่จะวิ่งเข้าไปได้นอกจากจะเลยผ่านช่วงเวลานั้นไปก่อน ดังนั้นช่วงเวลาในการขนย้ายของ ทางเจ้าหน้าที่ของเราจึงจะต้องสอบถามลูกค้าก่อนแต่หากให้ดีขนย้ายช่วง เสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงไม่ติดเวลาจะเป็นการดีมากแต่ถ้าหากเป็น รถกระบะรับจ้างกรุงเทพ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเพราะไม่มีช่วงติดเวลาอยู่แล้ว
5.หลังจากได้ข้อมูล ทางเจ้าหน้าที่ของเราจะกำหนด รถรับจ้างขนของจังหวัดกรุงเทพ ที่เหมาะสมกับงานให้กับลูกค้าพร้อมทั้งแจ้งราคาค่าขนย้ายให้กับลูกค้าในเบื้องต้น
6.หากลูกค้าต้องการเด็กยกสินค้า ในกรณีที่ลูกค้าไม่มีคนช่วยยกของ โดยทางทีมงานของเราจะสอบถามไปยังลูกค้าว่าต้องการใช้พนักงานยกของกี่ท่าน ทำให้ในวันที่จะทำการขนย้ายเราจะได้ เตรียมพนักงานยกสินค้าเข้าไปด้วยเพื่อให้งานเกิดความสะดวกและรวดเร็ว
7.หากเมื่อตกลงราคาค่าขนย้ายเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนัดวันและเวลา พร้อมกับการชำระเงินโดยที่ โอนมัดจำในบางส่วนตามที่ได้ตกลงกัน ประมาณ 500-1000บาท และ ชำระส่วนที่เหลือเป็นเงินสดหรือโอนผ่านบัญชีก็ได้หลังจากที่การขนย้ายเสร็จเรียบร้อย
ซึ่งนี่ก็เป็นกระบวนการเบื้องต้นในการที่จะรับบริการจากทีมงาน ประเทืองชัยขนส่ง ซึ่งเราจะมีสเต็ปการทำงานที่มีมาตรฐานและมีความปลอดภัย ในทุกแผนการทำงานทุกครั้ง ไม่ว่างานขนย้ายนั้นจะเป็นสินค้าประเภทอะไรเรามุ่งเน้นในความปลอดภัย ความสะอาด ความจริงใจ และ ให้ความสำคัญกับสินค้าเป็นอย่างมาก เราจะไม่ทำให้สินค้าของลูกค้าต้อง เสียหาย ชำรุด อย่างแน่นอน ด้วยประสบการณ์การให้บริการ รถรับจ้างจังหวัดกรุงเทพ มาอย่างยาวนานกว่า 10ปี เราจึงรู้ใจลูกค้าเป็นอย่างดี และรู้ว่าลูกค้าต้องการความช่วยเหลืออย่างไรบ้างซึ่งถือว่าดีและคุ้มค่าเงินที่จ่ายไปให้กับ รถขนของจังหวัดกรุงเทพ ทุกงานอย่างแน่นอน ลองให้โอกาสกับเราสักครั้งด้วยนะคะ
จุดบริการรถรับจ้าง ของประเทืองชัยขนส่ง ในพื้นที่เขตกรุงเทพ ได้แก่
รถขนของเขตพระนคร
รถขนของเขตดุสิต
รถขนของเขตหนองจอก
รถขนของเขตบางรัก
รถขนของเขตบางเขน
รถขนของเขตบางกะปิ
รถขนของเขตปทุมวัน
รถขนของเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
รถขนของเขตพระโขนง
รถขนของเขตมีนบุรี
รถขนของเขตลาดกระบัง
รถขนของเขตยานนาวา
รถขนของเขตสัมพันธวงศ์
รถขนของเขตธนบุรี
รถขนของเขตพญาไทย
รถขนของเขตบางกอกใหญ่
รถขนของเขตห้วยขวาง
รถขนของเขตคลองสาน
รถขนของเขตตลิ่งชัน
รถขนของเขตบางกอกน้อย
รถขนของเขตบางขุนเทียน
รถขนของเขตภาษีเจริญ
รถขนของเขตหนองแขม
รถขนของเขตราษฎร์บูรณะ
รถขนของเขตบางพลัด
รถขนของเขตดินแดง
รถขนของเขตบึงกุ่ม
รถขนของเขตสาธร
รถขนของเขตบางซื่อ
รถขนของเขตจตุจักร
รถขนของเขตบางคอแหลม
รถขนของเขตประเวศ
รถขนของเขตคลองเตย
รถขนของเขตสวนหลวง
รถขนของเขตจอมทอง
รถขนของเขตดอนเมือง
รถขนของเขตราชเทวี
รถขนของเขตลาดพร้าว
รถขนของเขตวัฒนา
รถขนของเขตบางแค
รถขนของเขตหลักสี่
รถขนของเขตสายไหม
รถขนของเขตคันนายาว
รถขนของเขตสะพานสูง
รถขนของเขตวังทองหลาง
รถขนของเขตคลองสามวา
รถขนของเขตทวีวัฒนา
รถขนของเขตบางนา
รถขนของเขตทุ่งครุ
รถขนของเขตบางบอน
Credit : http://www.rodrubjangkonsong-meservice.com/category/8

 :-* :-* :-* :-* :-* :-* :-* :-* :-*

12
ประเด็นหลัก
• เรารู้กันอยู่แล้วว่าเจ้าเหมียวนั้นมีความอินดี้ แต่มันก็มีมุมที่น่ารักและตลกในเวลาเดียวกัน หลายครั้งที่มักทำอะไรเอ๋อๆ หรือผิดพลาดให้เราเห็นอยู่เสมอ ซึ่งก็ไม่แปลกที่เราจะหลุดขำก๊ากออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และนี่คงเป็นความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เจ้าเหมียวทำให้เราผ่อนคลายความเครียดลงไปได้

เจ้าเหมียวในบ้านเรามักเลื่องชื่อเรื่องความอินดี้ รู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากการทำกายกรรมแปลกๆ แล้ว เพื่อนๆ ลองเดาดูสิคะว่าเจ้าเหมียวนั้นทำอะไรได้อีกบ้าง บอกได้เลยค่ะว่าเรื่องนี้มีสาระดีๆ อย่างแน่นอน โดยสิ่งที่เรากำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ เหมาะกับคนที่มีความเครียดสะสมอยู่พอสมควรค่ะ เรามาดูกันว่าเจ้าเหมียวนั้นจะช่วยคลายความเครียดได้อย่างไร


1.ช่วยสร้างเสียงหัวเราะ
มหาวิทยาลัยโลมา ลินดา ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ได้ทำการสำรวจคนที่ชอบดูวิดีโอพฤติกรรมขำๆ ของแมว พบว่า ช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ต่อมหมวกไตหลั่งออกมาเมื่อเกิดความเครียดได้ เพราะเจ้าเหมียวนั้นทั้งน่ารักและตลก หลายๆ ครั้งมักทำอะไรเด๋อๆ ให้เราเห็นอยู่เสมอ มันก็ไม่แปลกที่เราจะหลุดปล่อยก๊ากออกมา นอกจากจะลดความเครียดได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นความทรงจำระยะสั้นได้ดีด้วย ขณะเดียวกันมีผลสำรวจบอกว่า การหัวเราะยังช่วยให้ระบบองค์รวมของร่างกายทำงานดีขึ้นอีกด้วยล่ะค่ะ แหม… มีดีด้านนี้ก็ไม่บอกนะเหมียว

2.เสียงร้องเหมียวๆ ช่วยผ่อนคลาย
มีผลการศึกษาที่บอกว่า เสียงร้องเหมียวๆ ของแมวช่วยลดความเครียดให้เจ้าของได้ รวมทั้งช่วยลดความดันโลหิตด้วย เสียงร้องของแมวมีความถี่ตั้งแต่ 20-140 เฮิรตซ์ ตรงกับความถี่ซึ่งเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ว่า ช่วยบรรเทาอาการป่วยของหลายๆ โรคด้วยกัน เช่น ลดระดับความดันในเลือด เป็นต้น



3.สามารถเป็นผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ได้
แมวเป็นสัตว์ที่มีความอินดี้อยู่ในตัว ดูแลตัวเองได้ดี แถมยังขี้อ้อนบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งถ้าหากในบ้านของคุณมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การมีแมวอาศัยอยู่ด้วยก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลน้อยลงค่ะ แถมยังช่วยให้ผู้ป่วยนั้นมีความสุขมากขึ้น อีกทั้งเจ้าเหมียวเองเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่สุด เพราะเนื่องจากว่าเจ้าแมวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องการการดูแลน้อยกว่าน้องหมานั่นเองจ้า

4.ช่วยรักษาระดับความดันเลือด
จากการวิจัยของศูนย์ศึกษาการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์ ของมหาวิทยาลัยมิสซูรี พบว่า การเลี้ยงและการได้เล่นกับน้องแมวนั้น จะช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) ได้น้อยลง และจากผลข้างต้นนี้เองที่เป็นผลทำให้ความดันเลือดอยู่ในระดับที่สมดุล เยี่ยมไปเลยนะเจ้าเหมียว


พยาบาลแมวผู้บำบัดความเครียด อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/

13
พื้นฐานผู้เลี้ยงน้องหมา น้องแมว ต้องมีความรักและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีกันอยู่แล้ว แต่หลายครั้งเรามักเจอปัญหาต่างๆ ที่ทำให้การทำหน้าที่ขาดตกบกพร่องไปบ้าง เช่น ให้อาหารไม่ตรงเวลา ลืมคำชม หรือบางครั้งยุ่งกับงานมากจนแทบไม่มีเวลาเล่นกับพวกมัน เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ ทำให้หมา แมว เสียความรู้สึกได้ พูดอีกอย่างหนึ่งว่า เขาเริ่มไม่เชื่อใจในตัวคุณแล้วนั่นเอง จะส่งผลต่อพฤติกรรมใดบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ

ระบบการทำงานในร่างกายไม่ดี
หากให้อาหารไม่ตรงเวลาจะทำให้ระบบภายในร่างกายทำงานไม่มีประสิทธิภาพ การให้อาหารมื้อเช้าสายเกือบเที่ยง หรือลืมให้อาหาร อาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในร่างกายต่ำ ระบบย่อยอาหาร และการดูดซึมแปรปรวน ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ยิ่งถ้าน้องหมา น้องแมว ที่ป่วยหรือเป็นโรคเบาหวาน อาจรุนแรงถึงขึ้นเสียชีวิตเลยก็ได้ค่ะ



ไม่มีระเบียบวินัย
นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาเกิดการสับสนเรื่องเวลา มีปัญหาในการจัดการกับตัวเอง บางตัวไม่รู้เป้าหมายในแต่ละวัน รอคอยไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย รู้สึกเบื่อหน่าย ไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ส่งผลให้พวกเขามีปัญหาทางพฤติกรรม ฝึกยาก ห้ามไม่ฟัง ควบคุมไม่ได้ ไม่ทำตามคำสั่งของคุณ


ส่งผลต่อน้ำหนัก
การให้อาหารไม่ตรงเวลา ร่างกายจะปรับกลไกการเผาผลาญพลังงานลดลง หากผู้เลี้ยงเกิดกังวลว่าให้อาหารน้องเขาช้าไป กลัวน้องหิว จึงเพิ่มปริมาณอาหาร หรือให้กินขนมระหว่างวันมากขึ้น รวมถึงให้อาหารในตอนดึก นั่นเป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงไม่ควรทำเลยค่ะ การทำแบบนี้จะยิ่งส่งผลให้เขามีน้ำหนักตัวเพิ่ม เสี่ยงเป็นโรคอ้วน และโรคอื่นๆ


ไม่มีความเชื่อมั่น
ความเชื่อมั่น สิ่งที่ผู้เลี้ยงควรมีให้กับสัตว์เลี้ยง ถ้าผู้เลี้ยงขาดวินัยในการให้อาหาร ถือว่าเป็นความโชคร้ายของน้องหมาน้องแมว ที่ต้องมารับผลกรรมจากการขาดวินัยของผู้เลี้ยง เนื่องจากพวกเขาทำได้แค่รอกินอาหาร ที่ไม่รู้ว่าจะได้กินเมื่อไหร่ พวกเขาจะรู้สึกกังวล ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรผิดถึงไม่ได้รับอาหาร ทำไมถึงรอนานทั้งที่นาฬิกาชีวิตร้องบอกว่าถึงเวลาอาหารแล้วนะ! นอกจากนี้ เมื่อร่างกายไม่ได้รับพลังงานอย่างเพียงพอ ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตอีกด้วย ดังนั้น ถ้าคุณอยากให้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวคุณ ก็ไม่ควรละเลยการดูแลเอาใจใส่พวกเขานะคะ


พฤติกรรม
เมื่อได้รับอาหารไม่ตรงเวลา จะทำให้เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์ได้ง่าย หงุดหงิด เครียด วิตกกังวล จากความหิว และเกิดความไม่มั่นคงทางจิตใจ ท้ายที่สุดต้องแสดงอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ออกมาประท้วงเจ้าของ เพื่อเรียกร้องความสนใจ ด้วยการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว และท้าทายเจ้าของนั่นเอง

เมื่อให้อาหารไม่ตรงเวลาหมาแมวจะเป็นอย่างไร อ่านเพิ่มเตอิมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/

14
ประเด็นหลัก

• ปลากัด ชื่อนี้เราคงคุ้นเคยและได้ยินมากันตั้งแต่ยังเด็ก แล้วรู้ไหมว่าแท้จริงแล้วปลากัดนั้นมีกี่ชนิด หรือกี่สายพันธุ์กันนะ วันนี้น้องแมวสีเทาจึงขอพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดให้มากขึ้นกันค่ะ


ปลากัดถือว่าเป็น ปลาสวยงาม ของไทยที่มีชื่อเสียงทำให้ผู้คนรู้จักไปทั่วโลก ทั้งในเมืองไทยและต่างชาติต่างให้ความสนใจในด้านของความสวยงาม การกีฬา และการสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับเกษตร หรือผู้ที่ชื่นชอบ มูลค่าซื้อขายภายในประเทศแต่ละปีประมาณ 5-10 ล้านบาท วันนี้น้องแมวสีเทาจึงจะขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสายพันธุ์ปลากัดแสนสวยกันค่ะ



⦁ ปลากัดลูกป่า/ปลากัดทุ่ง

เป็นปลากัดที่สามารถพบได้ตามธรรมชาติ มีลักษณะลำตัวที่เล็ก บอบบาง ครีบและหางค่อนข้างสั้นกว่าสายพันธุ์อื่น มีสีน้ำตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว ไม่ทนทานในการกัดเท่ากับปลากัดลูกหม้อ โดยเวลากัดกันจะใช้เวลาน้อยมาก



⦁ ปลากัดลูกหม้อ/ปลากัดไทย/ปลากัดครีบสั้น

ปลากัดสายพันธุ์นี้พัฒนามาจากการเพาะเลี้ยง และการคัดสายพันธุ์มาหลายชั่วอายุ เพื่อการกัดต่อสู้โดยเฉพาะ มีรูปร่างลำตัวที่โตกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม มีลักษณะปากใหญ่ ว่ายน้ำปราดเปรียว สีสันสวยงามหลากสี เช่น สีแดงเข้ม น้ำเงินเข้ม น้ำตาลเข้ม หรือสีผสมระหว่างสีต่างๆ ปลาชนิดนี้กัดได้ทรหดยิ่งกว่าชนิดอื่น ใช้เวลาในการกัดนาน จึงนิยมเลี้ยงมากกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม โดยแบ่งประเภทของปลากัดลูกหม้อตามรูปร่างของร่างกาย ได้แก่


– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาช่อน มีลักษณะลำตัวยาว ทรงกระบอก คล้ายปลาช่อน มีหน้าสั้น ช่วงหัวยาวและโคนหางใหญ่ ถือเป็นปลาที่มีลีลาการต่อสู้ที่ดุดัน และมีพละกำลังมาก

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาหม้อ มีลักษณะลำตัวสั้น หนา ลำตัวกว้างหนาเมื่อมองจากทางด้านข้างและด้านบน ลักษณะลำตัวคล้ายกับปลาหมอไทย เป็นปลาที่ทรหด และว่องไวในการกัด

– ปลากัดลูกหม้อทรงปลากราย มีลักษณะหน้างอนขึ้น ลำตัวสั้นแบน เป็นปลาที่คล่องแคล่ว และว่องไวในการกัด


⦁ ปลากัดลูกผสม (พันธุ์สังกะสี หรือ พันธุ์ลูกตะกั่ว)

เป็นลูกปลาที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากัดลูกหม้อกับปลากัดลูกทุ่ง โดยอาจผสมระหว่างพ่อที่เป็นปลาลูกหม้อ และแม่ที่เป็นปลาลูกทุ่ง หรือพ่อเป็นปลาลูกทุ่ง แม่เป็นปลาลูกหม้อ สามารถผสมได้ทั้งสองแบบ ผู้เพาะต้องการให้ปลาลูกผสมที่ได้มีลักษณะปากคม กัดคล่องแคล่วว่องไวแบบปลาลูกทุ่ง และมีความอดทนแบบปลาลูกหม้อ โดยพยายามคัดปลาที่มีลักษณะลำตัวเป็นปลาลูกทุ่ง เพราะเมื่อนำไปกัดกับปลาลูกทุ่งแท้ๆ ปลาลูกผสมนี้จะกัดทนกว่าปลาลูกทุ่งค่ะ


มาดูสายพันธุ์ปลากัดแสนสวยกันเถอะ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่https://www.petcitiz.info/

15
ประเด็นหลัก• รูปลักษณ์หูยาวขนฟูนุ่มนิ่มที่ใครๆ ก็ต่างบอกว่าน่ารักนักหนา หากคุณอยากมีสมาชิกใหม่ในบ้านเป็นเจ้ากระต่ายน้อยแสนกล ควรวางแผนการเลี้ยงยังไงบ้างนะ?

เจ้ากระต่ายตัวนุ่มขนฟูเป็นสัตว์ที่สวยงาม น่ารัก เลี้ยงง่าย และมีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการนำมาเลี้ยงในบ้าน สามารถปรับตัวเข้ากับการดำรงชีวิตได้ แม้กระทั่งการอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก ขนนุ่มนิ่มทั่วลำตัว ดวงตากลมแบ๊ว และมีประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม สำหรับใครที่หลงใหลเสน่ห์เจ้ากระต่ายน้อย และอยากเลี้ยงไว้เป็นเพื่อคู่ใจสักตัว วันนี้ Petcitiz มีข้อมูลมาฝากมือใหม่หัดลี้ยงกันค่ะ พร้อมที่จะให้พวกเค้าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้านกันหรือยังคะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย


1.เตรียมพื้นที่สำหรับเลี้ยงกระต่าย

• เลี้ยงในบ้าน
หากเพื่อนๆ ที่คิดจะเลี้ยงเจ้ากระต่ายไว้ในบ้าน การเลือกกรงก็เป็นส่วนที่สำคัญมากเลยนะคะ เพราะว่ากรงที่เราเลือกนั้นต้องมีขนาดใหญ่กว่าตัวของเจ้ากระต่าย ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี ส่วนพื้นของกรงควรเลือกกรงที่ดูแลง่าย ควรเลือกใช้วัสดุที่ทำจากลวด หรือสแตนเลส ไม่ควรเลือกวัสดุที่หุ้มด้วยพลาสติก เพราะเขาอาจจะกัดแทะวัสดุจนเป็นอันตรายได้นั่นเองค่ะ ห้ามเลี้ยงในตู้กระจกเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้เขามีอากาศถ่ายเทไม่เพียงพอ เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ ในส่วนของถาดรองควรเป็นพลาสติกที่แข็ง เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด สำหรับเพื่อนๆ ที่เลี้ยงกระต่ายไว้ในบ้านนั้น จะต้องทำความสะอาดกรง และถาดรองทุกวันด้วยนะคะ

• เลี้ยงนอกบ้าน
สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการเลี้ยงเจ้ากระต่ายนอกบ้าน ควรเลือกกรงชนิดที่ออกแบบให้เหมาะสมกับบริเวณบ้าน ภูมิอากาศ หลังคาควรจะเป็นแบบเปิดปิดได้ กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี และมีขนาดใหญ่ เพราะจะได้มีพื้นที่ให้กระต่ายวิ่งเล่นมากขึ้น ไม่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด ส่วนพื้นควรรองด้วยฟาง หรือหญ้าแห้งเพื่อไว้สำหรับให้เขาสามารถนอนได้ ที่สำคัญคือ ในช่วงฤดูหนาวให้ระวังการวางกรงไว้ในพื้นที่ที่มีลมโกรก เพราะอาจทำให้กระต่ายล้มป่วยได้ ฉะนั้นควรวางกรงให้ห่างจากจุดที่มีลมโกรกแรงสักนิด และมีหญ้าเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับกระต่ายด้วยนะคะ


2.การให้อาหารและน้ำ

• หญ้า อาหารเม็ด
อาหารหลักของกระต่ายก็คือ หญ้า ซึ่งก็มีหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น หญ้าขน หญ้าทิมโมธี แพงโกล่า และหญ้าอัลฟาฟ่า ในกระต่ายที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน สามารถผสมอาหารเม็ดให้กินรวมกับหญ้าได้ แต่ควรให้ในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะจะทำให้กระต่ายอ้วน ไม่แข็งแรง ส่วนกระต่ายที่อายุ 7 เดือนขึ้นไป เพื่อนๆ ควรเริ่มจำกัดการให้อาหารเม็ด ให้เสริมได้เป็นบางครั้งคราว และเลือกอาหารเม็ดชนิดที่มีโปรตีน กากใยสูง และไขมันไม่สูง

• น้ำ
สำหรับน้ำเป็นสิ่งจำเป็นมาก เราต้องมีน้ำสะอาดไว้ในกรงให้กระต่ายกินตลอดเวลา ควรจะใส่ขวดที่มีจุกน้ำแบบหลอดท่อแอร์ หรือแบบที่มีลูกปืน เพราะถ้าให้แบบอ่าง กระต่ายอาจจะนำปากลงไปกิน ทำให้จมูกเปียก เสี่ยงต่อการเป็นหวัดได้ และควรทำความสะอาดขวดน้ำบ้าง อย่าให้สกปรกจนเกินไปนะคะ



สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำกระต่ายมาเลี้ยง อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่
https://www.petcitiz.info/

หน้า: [1] 2