แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - siritida

หน้า: [1] 2 3 ... 6
1
วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงด้วยเทคนิคง่าย ๆ ที่จะมาเป็นตัวช่วยให้คุณสาว ๆ รับมือกับปัญหารูขุมขนกว้างได้อย่างอยู่หมัด งานนี้เตรียมบอกลาผิวเปลือกส้ม เผยผิวเนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ราวกับเป็นคนใหม่ได้เลย

เชื่อว่าปัญหาผิวหน้าที่คุณสาว ๆ หลายคนเป็นกังวลใจและแก้ไม่ตกคงจะหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง เมคอัพปกปิดยังไงก็ไม่เรียบเนียน มิหนำซ้ำรูขุมขนที่กว้างยังทำให้มีสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันจนทำให้เกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่ายอีกด้วย คิดแล้วก็กลุ้มใช่ไหมล่ะคะ ? ซึ่งปัญหารูขุมขนกว้างนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ ความเสื่อมของคอลลาเจนและอีลาสติน รวมไปถึงหน้ามันก็เป็นอีกสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รูขุมขนกว้างได้เช่นกันค่ะ และหากใครที่กำลังมองหาวิธีทำให้รูขุมขนเล็กลงกันอยู่ละก็ วันนี้กระปุกดอทคอมมี 5 เทคนิคง่าย ๆ มาฝากกันค่ะ เป็นเคล็ดไม่ลับที่จะช่วยกระชับและปกปิดรูขุมขนใบหน้าให้เล็กลงได้ อีกทั้งยังช่วยปกป้องและดูแลผิวหน้าของคุณสาว ๆ ให้กลับมาเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ และขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้งได้อีกด้วย

1. ทำความสะอาดผิวหน้าต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

คุณสาว ๆ ห้ามปล่อยให้ผิวหน้าสกปรกเด็ดขาดนะคะ ! การล้างหน้าให้สะอาดเอี่ยม ทุกเช้าและก่อนนอนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขนให้หลุดออก โดยวิธีทำความสะอาดก็ง่าย ๆ เลยค่ะ เพียงแค่ใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเสียก่อน จากนั้นใช้โฟมหรือสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนต่อผิวล้างและนวดสครับให้สิ่งสกปรกหลุดออกจากผิวหน้า ปิดท้ายด้วยการทาครีมบำรุงให้ผิวหน้าเนียนนุ่มและกระชับรูขุมขน หากทำอย่างสม่ำเสมอนอกจากรูขุมขนจะเล็กลงแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าดูเนียนใสขึ้นอีกด้วยค่ะ

2. ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นหรือประคบหน้าด้วยน้ำแข็งกระชับรูขุมขน

การใช้น้ำเย็นล้างหน้าในตอนเช้าหลังจากที่ล้างด้วยน้ำอุ่น หรือนำผ้ามาห่อน้ำแข็งแล้วประคบเบา ๆ ที่ผิวหน้าหลังจากล้างหน้าเสร็จ เป็นวิธีปิดรูขุมขนที่ให้ผลลัพธ์เยี่ยม เพราะการที่ผิวถูกความร้อนจากน้ำอุ่นทำให้รูขุมขนขยายกว้างขึ้น ดังนั้นการปิดรูขุมขนหลังล้างหน้าจึงถือเป็นขั้นตอนสำคัญ ที่ช่วยปกป้องผิวหน้าจากเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกอื่น ๆ ที่อาจจะเข้าไปอุดตันรูขุมขนได้ค่ะ

3. ทาครีมกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีตัวการที่ทำให้รูขุมขนกว้าง

แสงแดดที่เต็มไปด้วยรังสียูวีสามารถทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ อีกทั้งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในร่างกายลดลง ส่งผลให้รูขุมขนขยายตัวกว้างขึ้น ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยลึกก่อนวัยอันควร ควรปกป้องผิวหน้าจากรังสียูวีด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 30-50 สำหรับสาว ๆ ที่รูขุมขนกว้างแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จะช่วยไม่ให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบได้ค่ะ

4. สครับผิวหน้าทำความสะอาดรูขุมขนเผยผิวหน้าใสเด้ง

ในรูขุมขนเต็มไปด้วยสิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่มากมาย ทั้งไขมัน สารตกค้างจากเครื่องสำอาง รวมถึงฝุ่นจากมลภาวะ ดังนั้นสาว ๆ ควรขจัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไปและปรับสมดุลให้ผิวหน้า ด้วยการใช้เบกกิ้งโซดาสครับผิว โดยผสมเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนชากับน้ำสะอาด 1 ช้อนชาคนให้เข้ากัน นำมานวดลงบนผิวหน้าเป็นวงกลมเบา ๆ โดยใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนาง จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้สิ่งสกปรกบนผิวหน้าก็จะหลุดออก ผิวหน้าจะกลับมาขาวใสสวยปิ๊งราวกับเป็นคนใหม่เลยล่ะ

5. มาสก์หน้าสูตรกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้เรียบเนียน

ถึงเวลาที่คุณสาว ๆ ต้องบำรุงผิวหน้ากันหน่อยแล้วล่ะค่ะ ด้วยสูตรมาสก์หน้ากระชับรูขมขน โดยใช้ไข่ขาว 2 ฟองและน้ำมะนาว 1 ซีก คนให้เข้ากัน จากนั้นผสมข้าวโอ๊ตบด 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้งแล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางนวดสครับเบา ๆ เป็นเวลา 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า จากนั้นให้บำรุงผิวหน้าด้วยครีมที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างเช่น มะละกอ ว่านหางจระเข้ หรือแตงกวา จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มและชุ่มชื่นหลังจากมาสก์หน้าได้ค่ะ

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ? กับวิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลงด้วย 5 เทคนิคง่าย ๆ ถ้าทำเป็นประจำรับรองได้เลยค่ะ ผิวหน้าของคุณสาว ๆ จะกลับมีสุขภาพดี๊ดี เนียนเรียบ แบบไม่ต้องเมคอัพหนาเตอะเพื่อปกปิดรูขุมขนกว้างอีกต่อไปแล้ว

 
รูขุมขนกว้าง วิธีทำให้รูขุมขนหน้าเล็กลง เผยผิวหน้าเนียนสวยเป๊ะด้วย ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

2
ร้านอาหาร ฮ่องกงสุกี้ ที่สุโขทัยอเวนิว 99 เมืองทองธานี ติดกับธนาคารออมสิน มองเข้าไปจากถนนด้านนอก ก็จะเห็นป้ายร้าน เด่นชัด สีแดงๆ หาไม่ยากครับ สำหรับรายการอาหารมีทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และเซ็ทเมนูให้เลือกอิ่มอร่อย โดยสุกี้บุฟเฟ่ต์สไตล์ฮ่องกง พร้อมน้ำซุป 3 รส วัตถุดิบสดใหม่ อิ่มอร่อยจุใจ ถูกปากคนไทยแน่นอน

บุฟเฟ่ต์สุกี้สุดคุ้ม ท่านละ 399 บาทเท่านั้น

ร้านอาหาร “ฮ่องกง สุกี้“ ในเครือภัตตาคาร “ฮ่องกง” นำเสนอสุกี้หม้อไฟสไตล์ฮ่องกง เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปสมุนไพรและเครื่องยาจีนที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร จัดเตรียมโดยเชฟมืออาชีพจากฮ่องกง คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีและสดใหม่ อาทิ เนื้อสไลด์ประเภทต่างๆ หมู ไก่ เครื่องใน อาหารทะเล ลูกชิ้นสูตรพิเศษ ผักใบเขียว เห็ดหลากชนิด และเต้าหู้ ให้เราเลือกอิ่มอร่อยได้ในแบบบุฟเฟ่ต์ All you can eat ในราคาเพียง 399 บาทต่อท่านเท่านั้น

ไม่ชอบทานเยอะๆ แบบบุฟเฟ่ต์ จะสั่งทานเป็นแบบ A-la-carte ก็ได้ มีทั้งเป็ดย่าง หมูกรอบ และอื่นๆ อีก 60 กว่าเมนู รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กัน

ใครชอบกุ้งชุปแป้งทอด ก็ต้องเมนูนี้ จัดไป

ฮ่องกง สุกี้ มีน้ำซุปสมุนไพรแบบใสให้เลือกถึง 3 สไตล์ ได้แก่ ซุปเสฉวน ที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน เข้มข้นสไตล์อาหารจีนตอนใต้ ซุปยาจีน ที่เน้นความหอมของเครื่องยาจีน พร้อมทั้งช่วยบำรุงกำลัง และซุปไข่เยี่ยวม้า รากผักชี ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมกลมกล่อม กำลังดี นอกจากนี้ยังมีน้ำจิ้มสุกี้รสเด็ดแบบไทย น้ำจิ้มซีฟู้ด และซอสฮ่องกง

นอกจากสุกี้บุฟเฟ่ต์แล้ว ที่นี่ยังนำเสนอเมนูอาหารในแบบ A-la-carte ที่มีรายการอาหารและของว่างสูตรต้นตำรับจากฮ่องกง และกวางตุ้ง ให้เลือกมากมายกว่า 60 รายการ ทั้งแบบบาร์บีคิว ก๋วยเตี๋ยว ซุป อาหารหม้อดิน อาหารผัดทอด รวมทั้งติ่มซำ ทั้งแบบนึ่งและแบบทอดที่ปรุงสดใหม่ให้เลือกอร่อยได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ และพิเศษสำหรับมือผู้ที่ชื่นชอบติ่มซำโดยเฉพาะ ช่วงเวลา 11.00 – 14.00 น. ของทุกวัน “ฮ่องกง สุกี้” ยังจัดรายการบุฟเฟ่ต์ติ่มซำ 17 รายการ ในราคา 300 บาทต่อท่าน เสริ์ฟพร้อมซุปประจำวันและข้าวผัดหยางโจว หรือผัดหมี่สิงคโปร์อีกด้วย

hongkong-suki-155ปิดท้ายกันที่ของหวาน ที่มีให้เลือกทั้งผลไม้สด และพุดดิ้ง 3 รสชาติ ได้แก่ มะม่วง ฟักทอง และกาแฟ ราดนมสดก่อนรับประทานเพิ่มรสชาติหอมมันยิ่งขึ้น

เต้ตามรอยฯ กับผู้จัดการร้านอาหารฮ่องกงสุกี้ รับประกันว่าอร่อยจริง

มาเฟียฟู้ดยกนิ้วให้แบบนี้ อร่อยจริงเจอกัน แล้วพบกับพวกเราได้ในร้านต่อไป จะเป็นร้านอะไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไปครับ สำหรับวันนี้ เรามีกิจกรรม แจก Voucher ฟรีๆ มาฝากอีกเช่นเคย ติดตามกันได้ครับ





ร้านอาหาร ฮ่องกงสุกี้ บุฟเฟ่ต์สุกี้หม้อไฟสไตล์ฮ่องกง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/ร้านอาหาร/

3
ประตูตู้อาบน้ำหรือห้องอาบน้ำนั้น มักจะมีคราบสบู่ติดอยู่ การล้างทำความสะอาดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งใช้ไปนาน ๆ ประตูสวย ๆ ใส ๆ ก็กลายเป็นขุ่นมัวดูไม่สะอาดน่าใช้เหมือนเดิม แต่ทั้งนี้ หากเรารู้วิธีในการดูแลทำความสะอาด คราบสบู่ คราบน้ำเหล่านั้น ก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป เพราะนอกจากจะทำความสะอาดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้คราบเหล่านั้นกลับมาใหม่ได้อีกด้วย

สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้

เบกกิ้งโซดา
น้ำส้มสายชูขาว
ช้อน และภาชนะเล็ก ๆ
ฟองน้ำล้างจาน
ที่เช็ดกระจกแบบฟองน้ำ ขนาด 10 นิ้ว
ที่เช็ดกระจกแบบยาง ขนาด 12 นิ้ว
Rain-X แบบ 2 อิน 1 ที่ใช้สำหรับกันไม่ให้น้ำฝนเกาะกระจก
ผ้าเช็ดมือ

เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็เริ่มกระบวนการทำความสะอาดได้เลย ดังนี้

ทำความสะอาดพื้นผิว จากนั้นก็ใช้เบกกิ้งโซดา ผสมกับน้ำส้มสายชู ทาบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที น้ำส้มสายชูนั้นเป็นกรด แต่ก็สามารถนำมาใช้ในเรื่องของการทำความสะอาดได้ดี กรดในน้ำส้มสายชูนี้จะช่วยขจัดฝุ่น และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้ดี ส่วนเบกกิ้งโซดานั้นเป็นโซเดียม คาร์บอเน็ต เมื่อนำมาผสมกับน้ำส้มสายชู จะกลายเป็น กรดคาร์บอนิค ซึ่งมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับส่วนผสมของน้ำส้มสายชูกับเบกกิ้งโซดานั้น ให้ใช้เบกกิ้งโซดา ½ ถ้วย ใส่ลงในภาชนะเล็ก ๆ แล้วใส่น้ำส้มสายชูลงไป ใช้ช้อนคนให้เข้ากัน

ใช้ฟองน้ำล้างจานชุบส่วนผสม แล้วทาลงบนประตูกระจก ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบฟองน้ำ และน้ำเปล่า ขัดทำความสะอาด
ใช้ที่ทำความสะอาดกระจกแบบยาง ปาดบริเวณประตูกระจกจนแห้ง และเช็ดตามขอบด้วยผ้า
เมื่อเสร็จกระบวนการนี้ เราจะไม่เห็นคราบสกปรกบนประตูแล้ว และถ้าหากไม่ต้องการให้คราบสกปรกนั้นกลับขึ้นมาอีก ก็ให้ใช้ Rain-X แบบ 2 อิน 1 ช่วย โดยฉีดสเปรย์ให้ทั่ว จากนั้นก็ใช้ผ้านุ่ม ๆ เช็ด และอาจจะใช้ซ้ำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันคราบอย่างต่อเนื่อง
เทคนิคนี้ ไม่เพียงใช้ได้ดีกับประตูกระจกห้องอาบน้ำเท่านั้น ยังใช้กับกระจกหน้าต่างได้อีกด้วย


วิธีทำความสะอาดคราบสบู่ออกจากประตูห้องอาบน้ำ สุขภัณฑ์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/สุขภัณฑ์/

4
กลับมาอีกครั้งกับการรวมมือถือที่น่าใช้ในช่วงต้นปี ซึ่งกลุ่มมือถือแรกที่ทีม Sanook! Hitech จะพาคุณมาชมกันก่อนนั่นคือกลุ่มมือถือที่มีราคา 4,000 บาท ที่ไม่ต้องรวยแต่ก็ซื้อได้ และลูกเล่นคุ้มจะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันดีกว่า

Xiaomi Redmi 4A (ราคา 3,890 บาท)

เริ่มต้นที่ Xiaomi ซึ่งมีมือถือราคาถูกอย่าง Redmi 4A ออกมาจำหน่ายในราคา 3,890 บาท ดูเหมือนจะเกือบแตะเพดานของบทความแต่เรื่องลูกเล่นข้างใน Xiaomi ไม่ได้ตัดทิ้ง เช่นความจำให้เยอะ กล้องหน้าที่สามารถถ่าย Selfie ได้ดีและบอกอายุหรือเพศ ได้ ภาพรวมถือว่าดูดีสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายกับมือถือในราคาแพง แต่ขอครบเครื่อง

Nokia 2 (ราคา 3,490 บาท)

โนเกีย 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่แม้ว่าสเปกอาจจะด้อยในเรื่องความจำเมื่อเทียบกับตัวแรก แต่รุ่นนี้ได้เรื่องของแบตเตอรี่ที่ทนทานกว่าในความจุ 5,000 mAh และรองรับ 4G คุยสายผ่าน VoLTE ได้อีกด้วย ราคาเครื่องถือว่าถูก แต่จะให้ดีเพิ่มความจำในตัวอีกหน่อยก็จะดีและจบกว่า

Samsung Galaxy J2 Prime (ราคา 3,490 บาท)

Samsung ใช่ว่าจะไม่มีของถูก เพราะ Galaxy J2 Prime แม้จะทำตลาดมานานแล้วแต่ก็มีสเปกและความสามารถที่น่าสนใจสำหรับคนที่คิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะซื้อมือถือรุ่นไหนดี เพราะราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าและยังพอจะใช้งานทั่วไปได้อยู่

Wiko Robby 2 (ราคา 3,590 บาท)

มือถือจากฝรั่งเศสที่คุ้มค่าได้ทั้งจอใหญ่ความจำเยอะ และเล่นเกมดี แถมยังได้แบตเตอรี่ที่มาก อึดและดีกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ ทำให้ปฏิเสธไม่ลงในการที่จะรวมเป็นมือถือไม่เกิน 4,000 บาทที่น่าซื้อ

Nova Phone DE 8 (ราคา 3,590 บาท)

แม้ว่าจะเป็นมือถือน้องใหม่แต่สเปกนั้นก็ให้มาดีแม้ว่าจะดูพื้นฐานเช่น CPU Quad Core, RAM 1GB ความจำในตัว 16GB เพิ่ม MEM ได้และมีกล้องที่ก็ดูดีอยู่ในราคาไม่แพงเกินไปและหาซื้อง่าย อาจจะได้แรงบันดาลใจจาก iPhone X อีกรุ่นก็ว่าได้

Nubia M2 Play (ราคาปัจจุบัน 3,990 บาท)

ปิดท้ายด้วยมือถือจากนูเบียอีกรุ่นที่คุ้มเหมือนกันเพราะเห็นราคาปรับลงมาจนน่าสนใจ และสเปกของเครื่องไม่ได้ด้อยกว่าใคร แถมได้ RAM 3GB ความจำในตัว 32GB มากกว่าเพื่อน กล้องก็ถือว่าดีและได้ Android 7.1 ใหม่อยู่ แต่ถ้าอยากได้อาจจะต้องพึ่งพาร้านออนไลน์มากหน่อย


รวม มือถือ งบ 4,000 บาท ที่น่าใช้สำหรับคนงบน้อย ไม่ติดสัญญา ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/มือถือ/

5
มีผู้กล่าวว่า ถ้าเลือกซื้อปลาที่สวยและมีสายเลือดที่ดี นำไปเลี้ยงแล้วปลามีการพัฒนาที่ด้อยลง แสดงให้รู้ว่าฝีมือการเลี้ยงยังไม่ดี ถ้าเลี้ยงแล้วปลาคงสภาพเดิม ฝีมือการเลี้ยงก็อยู่ในระดับทั่วไป แต่ถ้าเลี้ยงไปแล้วปลามีพัฒนาการที่ดีขึ้น ยิ่งโตยิ่งสวยขึ้น ก็เรียกได้ว่า มีฝีมือการเลี้ยงที่ดีมาก การที่จะทำให้การเลี้ยงปลาทองให้โตด้วย และสวยได้ั ไม่ใช่เรื่องยากเย็น การเตรียมความพร้อมให้ครบถ้วนตามที่ได้เขียนไว้ข้างต้น เป็นพื้นฐานของการเลี้ยงปลาให้มีคุณภาพดีได้ ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุด ก็คือ การเอาใจใส่ ดูแลปลา อย่างสม่ำเสมอ การรักษาคุณภาพน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ควรมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำปลาทองของท่านอยู่เสมอ ๆ หากเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ทุกวันยิ่งดี ไม่ใช่เรื่องยากหากท่านมีการเดินท่อน้ำใหม่ และเดินท่อน้ำเก่าทิ้ง เพียงแต่เปิดให้น้ำเก่าไหลทิ้ง ดูดสิ่งสกปรก ขี้ปลา ออก และเปิดเติมน้ำใหม่ลงสู่บ่อทีละน้อย ก็จะทำให้บ่อปลาของท่านมีน้ำที่ใสสะอาดอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิของน้ำใหม่ มักจะสูงกว่าอุณหภูมิของน้ำในบ่อ การเปิดเติมน้ำใหม่ทีละน้อย จะช่วยให้ปลาสามารถปรับตัวได้ และมีสุขภาพแข็งแรง ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างกระทันหัน เพราะอาจจะทำให้ปลาอ่อนแอ และป่วยได้
การให้อาหารปลา ควรเลือกสรรอาหารปลาที่สะอาด และมีคุณภาพดี ในปัจจุบันอาหารเม็ดก็มีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าขึ้นไปมาก มีโปรทีนสูง และอาหารเม็ดบางชนิดก็ช่วยให้ปลาย่อยง่าย ขับถ่ายเป็นปกติ และสามารถซื้อหาได้สะดวก ควรให้อาหารแก่ปลาครั้งละน้อย ให้ปลาสามารถกินหมดได้ภายใน 5-10 นาที หากเป็นปลาเล็ก จนถึงปลาในรุ่นโทไซ ควรให้อาหารบ่อยครั้งเพื่อให้ปลาสมบูรณ์ หากไม่มีเวลามากพอ ก็สามารถหาซื้อเครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ ซึ่งตั้งเวลาการให้อาหารปลา และจำนวนอาหารมากน้อยตามที่ต้องการได้ การให้อาหารสด จำพวก หนอนแดง ลูกน้ำ ก็จะทำให้ปลามีความสมบูรณ์เต็มที่ แต่ทั้งนี้อาจจะเสี่ยงต่อการติดโรคได้ จึงควรนำอาหารเหล่านี้มาฆ่าเชื้อ โดยการแช่ในน้ำที่ผสมยาที่สามารถฆ่าปรสิต ปลิงใส เห็บ และเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ยา Aquarium 2 , ไซเตส หรือแช่ในน้ำผสมด่างทับทิม เป็นต้น โดยแช่ไว้ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปล้างในน้ำสะอาดหลาย ๆ เที่ยว แล้วจึงค่อยให้ปลากิน หรืออีกวิธีคือการนำอาหารสดล้างให้สะอาดตามขั้นตอนข้างต้น จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็น อย่างน้อย 3 วัน แล้วจึงค่อยให้ปลากิน ก็จะสามารถควบคุมโรคได้อย่างดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ้การล้างอาหารสดให้สะอาดก่อนให้ปลากินจะแก้ไขปัญหาของเชื้อโรคที่ติดมาได้ แต่ข้อสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาดหลังจากการให้อาหารสด
การจับปลาขึ้นมาจากบ่อ ควรใช้กาละมังตักปลาขึ้นมาพร้อมกับน้ำ หรือกระชอนพิเศษที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ การจับปลาด้วยมือเปล่าควรล้างมือให้สะอาดก่อน แต่ก็ไม่ควรทำ เพราะอุณหภูมิของมือคนจะอยู่ที่ประมาณ 36.5 องศา แต่อุณหภูมิของปลาจะต่ำกว่ามาก หากต้องการจับปลาด้วยมือจริง ๆ ให้นำมือแช่ไว้ในบ่อปลาสักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยจับ ก็สามารถช่วยได้
เมื่อปลาป่วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสิ่งมีชีวิต ก็ควรรีบทำการรักษาทันที อย่าปล่อยไว้สักระยะแล้วค่อยรักษา เพราะจะทำให้ปลามีอาการทรุดลง และยากต่อการรักษา การที่ปลาจะป่วยได้จะต้องมีสาเหตุ ลองนึกย้อนหลังไปสัก 1-2 วันว่า การเลี้ยงของท่านมีอะไรผิดปกติไปบ้างหรือเปล่า เช่น ให้อาหารสดที่ไม่สะอาด , ปล่อยให้น้ำในบ่อสกปรก โดยไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำ, น้ำฝนตกสู่บ่อ เป็นต้น การรักษาในเบื้องต้นคือการเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาด แล้วใส่เกลือสะอาดลงไปในบ่อเล็กน้อย งดการให้อาหารเด็ดขาด เปิดออกซิเจนให้แรงขึ้น คอยดูอาการ หากวันรุ่งขึ้นยังไม่ดีขึ้น ให้เติมเกลือลงในบ่อเพิ่ม รวมเป็นประมาณ 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ตามปกติปลาจะมีอาการดีขึ้นภายใน 1 –2 วัน
สรุปแล้ว ก็คือ น้ำสะอาด อาหารสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงที่จะทำให้ปลาต้องปรับสภาพกะทันหัน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลี้ยงปลาให้สวยได้แล้ว
ผมรวบรวมวิธีการเลี้ยงปลาทอง โดยอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงที่ผ่านมา โดยเฉพาะปลาทอง Ranchu, Tosakin และ Jikin และอาศัยการสังเกต และสอบถาม Breeder ที่มีชื่อเสียง จากการที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มปลาที่ประเทศญี่ปุ่น แต่โดยทั่วไปแล้ว ปลาทองทุกสายพันธุ์จะมีวิธีการเลี้ยงที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถนำวิธีการเลี้ยงนี้ ไปใช้ได้กับปลาทองทุกชนิด


การเพาะ

ปลาทองจัดว่าเป็นปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ได้อย่างง่ายๆ   โดยวิธีการเพาะแบบช่วยธรรมชาติ   ปกติปลาทองจะมีการแพร่พันธุ์วางไข่ในตู้กระจกหรือบ่อที่ใช้เลี้ยงอยู่แล้ว   ซึ่งมักจะไล่ผสมพันธุ์วางไข่ในตอนเช้าของวันถัดไปหลังจากที่ผู้เลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ให้   แต่ที่ผู้เลี้ยงไม่พบว่ามีลูกปลาทองเกิดขึ้นในตู้เลี้ยงปลา   เนื่องจากว่าปลาทองเป็นปลาที่ไข่ทิ้งไม่มีการดูแลรักษาไข่   เมื่อวางไข่แล้วก็จะหวนกลับมากินไข่ของตัวเองอีกด้วย   นอกจากนั้นปลาทองตัวอื่นๆหรือปลาชนิดอื่นที่เลี้ยงรวมอยู่ในตู้ด้วย   ก็จะคอยเก็บกินไข่ที่ออกมาด้วย   กว่าที่ไข่ที่เหลืออยู่จะฟักตัวออกมา   ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3  วัน   ไข่ก็จะถูกปลาทยอยเก็บกินไปเกือบหมด   ส่วนไข่ที่รอดจากถูกกินจนตัวอ่อนฟักตัวออกมา   ตัวอ่อนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ก็จะกลายเป็นอาหารที่ดีของปลาต่างๆอีก   เพราะลูกปลาจะมีขนาดพอๆกับลูกน้ำ   ทำให้ถูกจับกินไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

                  ดังนั้นหากต้องการลูกปลาทองก็จำเป็นต้องมีการจัดการการเพาะให้ถูกต้อง   จึงจะได้ลูกปลาจำนวนมากตามต้องการ     การเพาะปลาทองจะทำได้ดี   คือ   ปลาวางไข่ง่าย   ตั้งแต่เดือนเมษายน  ถึง  เดือนกันยายน   โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

6.1 การเตรียมบ่อเพาะ   บ่อที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลาทองควรเป็นบ่อซีเมนต์   มีขนาดประมาณ  1  ตารางเมตร   ขัดล้างให้สะอาดด้วยแปรงและสบู่แล้วฉีดน้ำล้างหลายๆครั้ง   จากนั้นเตรียมน้ำใหม่ที่ระดับประมาณ  20 - 25  เซนติเมตร  นอกจากนั้นยังอาจใช้กะละมังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตรเป็นบ่อเพาะปลาทองก็ได้

                  ปลาทองหรือปลาเงินปลาทอง   มีชื่อสามัญว่า  Goldfish   เป็นปลาสวยงามน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงมานานแล้ว   จัดเป็นปลาที่ติดตลาด   คือเป็นปลาที่มีจำหน่ายในร้านขายปลาสวยงามทุกร้านและสามารถขายได้ราคาดีตลอดปี   โดยทั่วไปจัดว่ามีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน   ซึ่งชาวจีนจะเรียกปลาทองที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติว่า Chi Yu  และเรียกปลาทองที่เลี้ยงอยู่ตามบ้านว่า Chin Chi Yu   ในประเทศญี่ปุ่น   ปลาทองได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างมาก   และมีการพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์   มีการคัดเลือกปลาที่มีลักษณะเด่นต่างๆมาผสมพันธุ์กัน   ทำให้ได้ปลาทองที่มีลักษณะสวยงามขึ้นมาหลายชนิด   และได้รับความนิยมแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ
1 ประวัติของปลาทอง           

                ชาวจีนเป็นชาติแรกที่นิยมเลี้ยงปลาทอง  โดยปลาทองสายพันธุ์ดั้งเดิมไม่มีความสวยงาม มากนัก   มีลักษณะทั่วไปคล้ายปลาไน   เพียงแต่ว่ามีสีสันสวยงามและสดกว่าปลาไน   





มีสูตรเลี้ยงปลาทองดีดีมาบอก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

6
เหล่าทาสเคยสงสัยกันไหมว่าน้องแมวมีเหตุผลอะไร ทำไมถึงชอบมุดกล่อง หรือที่แคบซะเหลือเกิน คงจะเป็นภาพชินตาสำหรับเหล่าทาสไปแล้วกับพฤติกรรมของน้องแมวสุดแปลก ไม่ว่าจะเป็นการมุดตัวเข้าไปในถุงกระดาษ ชามใบใหญ่ หรือซอกอันคับแคบ แต่สิ่งที่เราเห็นบ่อยที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นกล่องลังกล่องกระดาษใช่ไหมล่ะ?

เคยสงสัยไหมว่าที่กว้างตั้งเยอะแยะไม่ยักจะไปนอน แต่ดันไปนอนขดตัวคุดคู้อยู่ในกล่องที่แคบแสนแคบ หากคุณกำลังสงสัย Petcitiz มีคำตอบมาให้คุณค่ะ เมี๊ยวววววว

เหตุผลที่เจ้าเหมียวชอบมุดกล่อง ซุกตัวอยู่ในที่แคบ นั่นเป็นเพราะเจ้าเหมียวรู้สึกว่าหากได้อยู่ในกล่องมันจะรู้สึกปลอดภัยจากสัตว์ตัวอื่น กล่องจึงเปรียบเสมือนหลุมหลบภัย หรือที่ซ่อนตัวของมัน ถึงแม้ภายในบ้านของเราจะไม่มีเหยื่อให้ล่า แต่พฤติกรรมนี้ก็มาจากสัญชาติญาณนักล่าในตัวของมันนั่นเองค่ะ

การที่น้องเหมียวเข้าไปอยู่ในกล่องไม่ใช่แค่เพราะเรื่องความปลอดภัยเท่านั้นนะคะ เรื่องของความอบอุ่นนั้นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เจ้าเหมียวนั้นชอบมุดกล่องค่ะ เราอาจจะคิดว่ามันเข้าอยู่ไปได้ยังไงแคบก็แคบ ร้อนก็ร้อน ซึ่งหากเปรียบเทียบกันดีๆ แล้ว เจ้าเหมียวนั้นสามารถทนความร้อนได้มากกว่าคนเราเสียอีกนะ จึงไม่ค่อยน่าแปลกใจสักเท่าไรเลยว่าในบางครั้งเรามักเห็นเจ้าแมวนอนอาบแดดในช่วงเช้าเป็นเวลานานๆ โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย มันรู้สึกได้ผ่อนคลายตัวเองซะด้วยซ้ำ

อีกสาเหตุหนึ่งที่น้องแมวชอบมุดกล่องก็คงจะเป็นเรื่องของการหลีกหนีปัญหา หรือความวุ่นวายจากเจ้าทาสที่ชอบรุกล้ำพื้นที่ ซึ่งถ้าหากเราเห็นน้องแมวทำท่าแปลกๆ พิลึกพิลั่นกับกล่อง ไม่ว่าจะเป็นกล่องรูปทรงอะไรก็แล้วแต่ หรือวิ่งวนไปมากับชาวก๊วนตัวอื่นแล้วล่ะก็ ให้คุณคิดไว้เลยค่ะว่าเจ้าเหมียวมันกำลังเรียนรู้ที่จะฝึกวิทยายุทธ์ในการป้องกันตัวอยู่นั่นเอง โดยใช้กล่องที่เขามุดนี่แหละเป็นเกราะกำบังที่ดีที่สุด เหมี๊ยว วว ว

ใครจะไปคิดว่าเหตุผลที่เจ้าเหมียวเข้าไปมุดอยู่ภายในกล่องก็เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย ใช้เป็นเกราะกำบัง และหลบซ่อนตัว แหม…แผนการของนายท่านช่างร้ายกาจเสียยิ่งนัก หลายคนคงหายสงสัยกันแล้วนะคะ ว่าทำไม๊ทำไมน้องแมวของเรานั้นถึงชอบมุดชอบแอบอยู่ในกล่อง ทั้งที่ภายในกล่องมันทั้งร้อน และแคบก็ตาม


ทำไมน้อง แมว ถึงชอบมุดกล่อง? ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/animal/

7
 น้ำคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของคนและสิ่งมีชีวิต
เป็นแหล่งกำเนิดของสัตว์น้ำและพืชหลากหลายชนิด นอกจากนั้นน้ำยังมีประโยชน์ในด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม มีประโยชน์สำหรับครัวเรือน ในการดื่มกิน ใช้ประกอบอาหาร หรือใช้ชำระล้างร่างกายและสิ่งสกปรกต่างๆ และน้ำยังทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์แก่สิ่งมีชีวิต

คุณสมบัติของน้ำที่เป็นประโยชน์สำหรับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตมากที่สุดก็คือ น้ำบริสุทธิ์ สะอาด ปราศจากเชื้อโรคและสารพิษเจือปน

ในอดีตมนุษย์สามารถนำทรัพยากรน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ได้ ต่างจากปัจจุบันที่เกิดปัญหาด้านคุณภาพของน้ำ หรือเกิดมลพิษทางน้ำจนไม่สามารถนำน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติมาใช้ได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

สาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ำ

เกิดจากน้ำทิ้งและสิ่งปฏิกูลจากแหล่งชุมชน เช่น น้ำที่ใช้ซักฟอกทำความสะอาดซึ่งส่วนใหญ่มีสารอินทรีย์ปะปนมากับน้ำทิ้งเหล่านั้นจนทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ
น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหากโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงในแหล่งน้ำทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายเพราะมีปริมาณมากและสารปนเปื้อนมีอัตราสูง
น้ำเสียที่เกิดจากธรรมชาติ อาจเกิดจากการเน่าเสียเมื่อน้ำอยู่ในสภาพนิ่งไม่มีการไหลเวียนถ่ายเท
เกิดจากพื้นที่ทำการเกษตร เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้น้ำยาปราบศัตรูพืชกันมากขึ้น จึงทำให้มีสารตกค้างอยู่ตามต้นพืชและพื้นผิวดิน เมื่อฝนตกและพัดพาเอาสารพิษที่ตกค้างลงสู่แม่น้ำลำคลองก็ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำขึ้นได้
ผลกระทบที่เกิดจากมลพิษทางน้ำ

กระทบต่อวงจรชีวิตของสัตว์น้ำ เช่นน้ำเสียที่เกิดจากสารพิษอาจทำให้ปลาและสิ่งมีชีวิตตายทันที ส่วนน้ำเสียที่เกิดจากออกซิเจนในน้ำลดต่ำลง อาจทำลายพืชและสัตว์น้ำเล็กๆที่เป็นอาหารของปลา ทำให้ความอุดมสมบูรณ์หรือแหล่งอาหารของสัตว์น้ำลดลง
เป็นแหล่งแพร่ระบาดของเชื้อโรค เช่น อหิวาตกโรค บิด และท้องเสีย
มีผลกระทบต่อการเพาะปลูก เพราะน้ำเสียที่มีความเป็นกรดและด่างไม่เหมาะสำหรับทำการเกษตร
มีผลต่อกระทบต่อทัศนียภาพ เพราะความสวยงามของแหล่งน้ำสามารถใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือจัดกิจกรรมทางน้ำเพื่อความบันเทิงได้
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ เช่น มีกลิ่นเหม็นจากน้ำเน่าเสีย
วิธีป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำ



บำบัดน้ำเสีย น้ำเสียสาเหตุและผลกระทบ จากมลพิษทางน้ำ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

8
สายสุขภาพต้องจัดเมนูซุปฟักทองน้ำเต้าหู้สักถ้วย มีความสีสวยเนื้อเนียนข้น โรยธัญพืชและขนมปังกรูตองหน่อย อูย… หน้าตาเลอค่า อิ่มท้องยันเที่ยง

จากที่เคยทำเมนูซุปฟักทอง ลดน้ำหนักใส่ครีมสดหรือวิปครีม ลองเติมน้ำเต้าหู้แคลอรีต่ำแทนดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำซุปฟักทองน้ำเต้าหู้ จับฟักทองผัดกับหอมใหญ่ เติมน้ำซุปผักแล้วปั่นกับน้ำเต้าหู้ ก่อนเสิร์ฟโรยพริกไทยหน่อย อิ่มอร่อยเบา ๆ ยามเช้า

ส่วนผสม ซุปฟักทองน้ำเต้าหู้

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ฟักทอง (หั่นชิ้นเล็ก) 1/2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ หอมใหญ่ (หั่นเต๋า) 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำซุปผัก 2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเต้าหู้ 1 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเปล่า 2 ถ้วย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ 1 ช้อนชา
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำซุปฟักทองน้ำเต้าหู้

1. เทน้ำเปล่าลงในหม้อ เปิดไฟแรง ใส่ฟักทองที่หั่นแล้วลงต้มจนสุก ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ พักไว้
2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมะกอกลงไป นำหอมใหญ่ลงผัดจนสุก ใส่ฟักทองที่ต้มแล้วลงไป เติมเกลือและพริกไทยแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
3. เทน้ำซุปผักลงไปเคี่ยวจนสุกเละ ยกลงแล้วนำไปปั่นจนละเอียด จากนั้นใส่น้ำเต้าหู้ลงปั่นให้เข้ากันอีกครั้ง
4. ตั้งหม้อโดยใช้ไฟอ่อน เทส่วนผสมทั้งลงไปเคี่ยวอีกทีก็เป็นอันเสร็จสิ้น



อาหารเพื่อสุขภาพ ซุปฟักทองน้ำเต้าหู้ เมนูซุปสีสวยเนื้อเนียนอิ่มอร่อยเติมสุขภาพ  ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://thetastefood.com/อาหารเพื่อสุขภาพ/

9
ทำไมทารกแรกเกิดสนใจของเล่นสีขาว-ดำ มากกว่า ของเล่นเด็ก เลือกเล่นอย่างไรให้เสริมพัฒนาการ

ของเล่นเด็ก สมัยนี้มีออกมามากมายหลายอย่างเหลือเกิน ว่าแต่ของเล่นเด็ก สีสดแบบนี้ดีไหม เสริมพัฒนาการหรือเปล่า เราไปหาคำตอบพร้อมกัน
การมองเห็นของทารก
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจเรื่องการมองเห็นของทารกกันก่อน ในช่วงแรกนั้น การมองเห็นของทารกยังเป็นแบบภาพเบลอ ๆ โดยในช่วงแรกนี้ ระยะที่ทารกสามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือระยะห่างประมาณ 20-30 เซนติเมตร หลังจากนั้นจะค่อย ๆ พัฒนาความชัดเจน และปรับระยะของภาพได้ดีขึ้น

ทำไมทารกแรกเกิดสนใจของเล่นสีขาว-ดำ มากกว่า
จริง ๆ แล้ว ทารกสามารถมองเห็นสีต่าง ๆ ได้ตั้งแต่แรกเกิด เพียงแต่ว่าการมองเห็นยังไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ ซึ่งการมองเห็นสีของทารกจะทำงานเต็มที่ในช่วง 2-3 เดือนขึ้นไป

ดังนั้น ในช่วงแรกเกิด ไปจนถึงประมาณ 3-4 เดือนแรก ทารกจึงมักจะชอบมองดูของเล่นที่มีสีขาว-ดำ มากกว่าของเล่นสีอื่น ๆ เพราะสีที่ตัดกันชัดเจนของวัตถุอย่างของเล่นสีขาว-ดำ จะทำให้ทารกมองเห็นได้ดีกว่า และสีขาว-ดำ เป็นสีที่มีความเข้มต่างกันมากที่สุดนั่นเอง

ของเล่นเด็กสีสดแบบนี้ดีไหม
ในช่วงแรกเกิดจนถึงประมาณ 3-4 เดือนแรกนั้น ทารกที่ได้รับการกระตุ้นด้วยของเล่นอย่างโมบาย หรือที่แขวนที่มีลายกราฟฟิก หรือตารางสีขาว-ดำ จะทำให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น จนเมื่อทารกเริ่มโตขึ้น และมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ของเล่นเด็กที่มีสีสันสดใส ก็จะช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีด้วยเช่นกัน เพราะในระหว่างที่ทารกกำลังจ้องมองของเล่นสีสันต่าง ๆ นั้น เซลล์สมองจะเติบโต เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ ด้วย และจะทำให้ทารกมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งรอบตัวมากขึ้น

และการใช้สายตาของทารกเช่นนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อระดับสติปัญญา เท่ากับว่าเป็นการเสริมพัฒนาการที่ดีให้กับทารกนั่นเอง

เลือกของเล่นเด็กเล่นอย่างไรให้เสริมพัฒนาการ
ของเล่นเด็ก
ของเล่นเด็กสีสดใส

แรกเกิด-2 เดือน
ในช่วงนี้ ใบหน้าของคุณแม่เป็นสิ่งที่ทารกชอบมองมากที่สุด คุณแม่ควรพูดคุย ร้องเพลงให้ลูกฟัง หรือเล่นหูเล่นตากับลูกน้อย เพื่อกระตุ้นการรับรู้ทางเสียง สายตา และประสาทสัมผัส อีกทั้งยังช่วงเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัวน้อยและคุณแม่อีกด้วย

2-3 เดือน

ช่วงนี้ทารกจะชอบมองสิ่งของที่เคลื่อนไหว คุณแม่ควรหา ของเล่นเด็ก หรือโมบาย มาแขวนให้ลูกฝึกการมอง โดยทารกจะเริ่มมองเห็นวัตถุที่มีสีตัดกันอย่างชัดเจน เช่น ขาว-ดำ / ขาว-แดง / น้ำเงิน-เหลือง / แดง-เขียว รวมทั้ง สีแดง สีเหลือง และสีน้ำเงิน ตัวอย่างของเล่นเด็ก ได้แก่

ของเล่นเด็กที่มีสีสดใส อย่างเช่น โมบายปลาตะเพียน ของเล่นแบบแขวนที่มีเสียงเวลาลมพัด เพื่อกระตุ้นการใช้สายตา
ของเล่นเด็กแบบเคาะหรือเขย่าแล้วมีเสียง เพื่อกระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างการใช้มือกับสายตา



ของเล่นเด็ก สีสดแบบนี้ดีไหม เสริมพัฒนาการหรือเปล่า ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaikidssong.com/ของเล่นเด็ก/

10
ไขมันวายร้ายอย่างไขมันทรานส์จัดเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพ กินไขมันทรานส์มาก ๆ อาจก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้หลายโรค มาเช็กเลยค่ะว่าไขมันทรานส์จะพาเราเสี่ยงกี่โรคกัน

ใคร ๆ ก็รู้ว่าไขมันกินมากเกินไปย่อมอันตรายต่อสุขภาพ แล้วยิ่งมีข่าวไขมันทรานส์ที่จะถูกกำจัดออกไปจากอาหารหลาย ๆ ชนิด เราก็ยิ่งตระหนักถึงอันตรายจากไขมันทรานส์กันมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากใครสงสัยว่าไขมันทรานส์อันตรายยังไง ก่อโรคอะไรได้บ้าง วันนี้ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับโรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากกินไขมันทรานส์มาบอกต่อ

1. โรคหลอดเลือดหัวใจ

ไขมันทรานส์เป็นไขมันตัวร้ายที่เข้าไปเพิ่มไขมันชนิดเลว (LDL) ในร่างกาย เพิ่มระดับไตรกลีเซอไรด์ และลดปริมาณไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งความร้ายกาจนี้เองที่อาจเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจได้ เนื่องจากเมื่อปริมาณไขมันชนิดไม่ดีสะสมอยู่ในร่างกายเยอะ ไขมันเหล่านี้จะพากันเกาะตัวอยู่ตามผนังหลอดเลือด ยิ่งสะสมมาก ๆ ผนังหลอดเลือดก็จะอุดตัน เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานด้อยประสิทธิภาพ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคไขมันในเลือดสูง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด หรือหากเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ก็อาจเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

2. โรคเส้นเลือดอุดตันในสมอง

นอกจากภาวะไขมันอุดตันเส้นเลือดที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงหัวใจแล้ว ไขมันทรานส์ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะไขมันอุดตันเส้นเลือดชุดที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมอง เพิ่มความเสี่ยงภาวะสมองขาดเลือด เนื่องจากเส้นเลือดอุดตันทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก และหากร้ายแรงมาก ๆ อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

3. โรคความดันโลหิตสูง

เมื่อร่างกายมีไขมันสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก จะกระทบต่อความดันโลหิตในร่างกายด้วยนะคะ โดยความดันโลหิตที่ไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายจะมีระดับขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่สม่ำเสมอ อันเป็นเหตุให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีภาวะอ้วน อาการป่วยเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต ต่อมไร้ท่อหรือมีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน เป็นต้น

4. โรคเบาหวาน

ผลการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ Wake Forest University พบว่า ลิงที่ถูกป้อนด้วยอาหารไขมันทรานส์สูง (8%) มีแนวโน้มอ้วนลงพุงและส่งผลให้ร่างกายไวต่ออินซูลิน ซึ่งเท่ากับว่าลิงที่กินไขมันทรานส์ติดต่อกันนาน ๆ อาจเป็นไปได้ว่าจะป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนลงพุงควบคู่กันไป ซึ่งนักวิจัยเห็นตรงกันว่ากับร่างกายมนุษย์ก็เช่นกัน

5. อ้วนลงพุง

กรดไขมันทรานส์มีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคอ้วนและโรคอ้วนลงพุงได้ โดยคณะแพทยศาสตร์ Harvard Medical School พบว่า ไขมันทรานส์ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบเมตาบอลิก หรือระบบเผาผลาญของร่างกาย และกลุ่มทดลองที่กินอาหารไขมันทรานส์สูง ๆ ก็มีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคอ้วนลงพุง รวมไปถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ด้วย

6. อัลไซเมอร์

ไขมันชนิดดีเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในกระบวนการทำงานของสมอง โดยเฉพาะในด้านการเรียนรู้และจดจำ ทว่าหากกินไขมันทรานส์เข้าไปมาก ๆ ไขมันทรานส์จะเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล ไขมันชนิดเลว ไตรกลีเซอไรด์ รวมทั้งไปลดไขมันชนิดดีในร่างกาย แถมยังปล่อยสารอนุมูลอิสระ ส่งผลให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีระดับไขมันเลวในเลือดมากเกินปกติ มักจะมีอาการหลง ๆ ลืม ๆ บ่อยกว่าคนที่มีระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ อีกทั้งยังมีแนวโน้มเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์มากขึ้นอีกต่างหาก



รู้ทันโรค โรคอันตรายจากไขมันทรานส์ กินมาก ๆ ป่วยเป็นอะไรได้บ้างมาดู ! ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/health/

11
หลายคนคงเคยไปหาอะไรอร่อยๆ ย่านลาดพร้าว-วังหิน โชคชัย4 ทานกันใช่มั้ยคะ ก็แน่นอนหละเพราะย่านนี้มีแต่ของอร่อยๆ ทั้งร้านเปิดใหม่น่าลอง และร้านเก่าแก่ประจำถิ่นนั้น

วันนี้เรามี่ 11 ร้านเด็ดในตำนาน ของย่านนี้มาตอกย้ำความอร่อยกันค่ะ แอบบอกเลยว่ามีทั้งของคาวและของหวาน ไปดูกันเลยค่า

1.สมยศ ข้าวต้มรอบดึก
ร้านสมยศ ข้าวต้มรอบดึก ร้านนี้เป็นร้านดังย่านโชคชัย 4 ค่ะ อยู่ซ.72 เมนูอาหารมีให้เลือกมากมาย ถ้าถามว่าเมนูไหนเด็ด ออกตัวเลยว่าเลือกไม่ถูกค่ะ ฮ่าๆ เด็ดทุกเมนูนะเธอ!!!

ร้านนี้เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 18:00-02:00 น. เลยนะ ใครสนใจไปพิสูจน์ว่าจะเด็ดสมคำร่ำลือรึเปล่า ก็ไปได้ตามพิกัดที่เราให้ไว้เลย ราคาเมนูเริ่มต้นที่ 50 บาทจ้า
ที่อยู่ : โชคชัย 4 ซอย 72 ซอย สตรีวิทยา 2 แขวง ลาดพร้าว เขต ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230
เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 18:00-02:00 น.

2.ชาบูนางใน สาขาโชคชัย4

ร้านชาบูนางใน สาขาโชคชัย4 สาขานี้เป็นสาขาแรกเลยจ้า ราคาบุฟเฟ่ต์อยู่ที่ 349 ต่อคน ทางร้านเค้าบอกมาว่าของที่นี่ เนื้อสด ผักสด สะอาด ลูกชิ้นเนื้อล้วน ไม่ผสมแป้ง น้ำจิ้มรสเด็ด สูตรเฉพาะ
และข้าวผัดกระเทียมสูตรทางร้าน หอม มัน อร่อย บรรยากาศดี ชิลๆ อ่อที่นี้เค้ามีทั้งแบบอลาคาสและบุฟเฟ่ต์ให้เลือกจ้า

ที่อยู่ : 15/61 สตรีวิทยา 2 ซอย 20 , โชคชัย 4 ซอย 72 , แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230

เวลา เปิด-ปิด : หยุดทุกวันอังคาร 11:00 – 22:00 น.

3.ร้านผลาญชัย บาร์บีคิว

ร้านผลาญชัย บาร์บีคิว ทางร้านเค้าเคลมมาว่าเป็นร้านหมูกระทะ ที่มีน้ำจิ้มสูตรเด็ดและมีการหมักหมู เนื้ออย่างพิถีพิถันเลยจ้า การเดินทางก็แสนง่ายดายจากถนนลาดพร้าวมาจากทางบางกะปิ

เลี้ยวขวาเข้าซอยโชคชัย 4 ซอย 54 ประมาณ 200 เมตรจากปากทาง ร้านจะอยู่ขวามือค่ะ
ที่อยู่ : 136 ถ.โชคชัย 4 ซอย 54 ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 16:00-21:00น.

4.ขนมเบื้องหวานผึ้งน้อย
ร้านนี้ขายอยู่หน้าร้านผลาญชัย บาร์บีคิวเลยจ้า ใครจะไปกินขนมเบื้องร้านนี้บอกไว้ก่อนเลยว่าต้องทำใจให้สบายๆ เพราะร้านนี้ลูกค้าเค้าเยอะจริงอะไรจริง บางคนบอกว่ารอคิว 2 ชม. สั่งไว้แล้วไปกินหมูกะทะ ออกมาได้กินพอดีเลย

จะไม่ให้คนเยอะได้ไงละคะ ดูเครื่องดูวิธีทำเขาสิ แค่เห็นรูปก็อยากกินแล้ว



รวม 11 ร้านอาหาร อร่อย ย่านโชคชัย4 ที่คุณไม่ควรพลาด ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

12
เพราะในทุกวันเราต้องเคร่งเครียดกันอยู่หน้าจอคอมฯ พอตกเย็นวันศุกร์ ก็พลาดไม่ได้ที่จะมองหาร้านออกไปแฮงค์เอาท์ ด้วยการไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ตามสถานที่ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่เหมาะกับการรวมตัวกันของครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้ใจอีกด้วย และในวันนี้เราขอแนะนำ ร้านน่านั่งชิลล์ สังสรรค์

1. 4 Dinner Bar & Restaurant
ร้านอาหาร ฟอร์ดินเนอร์ ( 4 Dinner Bar & Restaurant ) ร้านอาหารย่านเกษตรนวมินทร์ – เลียบทางด่วนรามอินทราเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบร้านนั่งชิลล์ บรรยากาศดีๆ เหมาะสำหรับแฮงค์เอาท์จากการทำงาน นั่งคุยพบกันในกลุ่มเพื่อนฝูง หรือจะเลือกร้านนี้เป็นร้านร้านนัดเดทของคุณก็ได้ ภายในร้านจะแบ่งโซนออกทั้งหมด 4 โซน 4 สไตล์ โดยแต่ละโซนจะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป มีทั้งโซน Indoor และ Out door และภายในร้านยังมีดนตรีสดเพราะๆ คอยขับกล่อมงให้ลูกค้าฟังในทุกค่ำคืน ภายในร้านยังมีบริการจำหน่ายไวน์คุณภาพดีที่นำเข้ามาจากหลากหลายประเทศอีกด้วย

2. Parking Toys Pub & Restaurant

ปาร์คกิ้งทอยส์ผับแอนด์เรสเตอรองท์ ( Parking Toys Pub & Restaurant ) ร้านอาหารบรรยากาศเยี่ยม ความโดดเด่นอยู่ที่บรรดาเฟอร์นิเจอร์เก่าและของตกแต่งร้านเท่ๆ ที่เจ้าของร้านสะสมนำเอามาจัดวางไว้ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน โดยสไตล์การแต่งร้านจะเป็นยุคซิกซ์ตี้ มีดนตรีเล่นทุกวัน สามารถโทรจองโต๊ะได้หลัง 12.00 น.เป็นต้นไป เหมาะสำหรับการมานั่งประทานอาหาร ฟังเพลงในบรรยากาศชิลล์ๆ

3. The Nest Bar

เดอะเนสท์บาร์ ( The Nest Bar ) เลานจ์บาร์ชั้นดาดฟ้าของโรมแรมเลอฟีนิกซ์ เป็นบาร์ Open Air เปิดโล่งเหมาะสำหรับชมวิวบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร ที่บาร์มีคอนเซ็ปต์ว่า นกบินกลับรัง จึงมีการออกแบบตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ให้โค้งมนคล้ายกับรังนก มีโซนจำลองคล้ายชายหาดมีโซฟาเบทตัวใหญ่ตั้งอยู่บนทรายเม็ดละเอียดรอคอยให้คุณได้สัมผัส นั่งจิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษของร้านพร้อมนั่งชมวิวยามเย็นของท้องฟ้าสุขุมวิท บรรยากาสโรแมนติกเหมาะสำหรับดินเนอร์กับคนรัก หรือสังสรรค์นั่งชิลล์กับเพื่อนในโอกาสต่างๆ ร้าน The Nest Bar

4. Fullmoon Terrace & Bar

Fullmoon Terrace & Bar เป็นร้านที่คุณและเพื่อนฝูงสามารถมานั่งชิลล์ๆ เพื่อพบปะพูดคุย ฟังเพลงเพลินๆ จากวงดนตรีสดที่ขับกล่อมทุกค่ำคืน ดนตรีมีทั้งแนวป๊อป อินดี้ และสกา นอกจากนี้ยังมีจอโปรเจ็คเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับคอบอล โต๊ะ Pool และการแสดงโชว์ต่างๆ ในวันพิเศษๆ อีกด้วย ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง ร้านนี้จึงรองรับลูกค้าได้จำนวนมาก และถ้าวันไหนมีการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ ลูกค้าก็จะจับจองพื้นที่กันอย่างคับคั่งเป็นพิเศษ



เที่ยวกลางคืน ร้านดนตรีสด เพลงเพราะ บรรยากาศชิล ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

13

หลังจากที่ผ่านพ้นเทศกาลแห่งการฉลองกันมาแล้ว ก็อยากให้เพื่อนๆ ออกมาสังสรรค์หลังเลิกงานกัน เพื่อปลดปล่อยความเครียดและการเหนื่อยหล้าจากการทำงาน เลยรวมผับ สถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนย่านเกษตร-นวมินทร์ มาฝาก แต่จะมีร้านไหนโดนใจบ้างต้องลองตามไปดูกันเลย

Snop Pub & Restaurant

ตำนานของคนราตรี แหล่งพักผ่อนในแบบของผับแอนด์เรสเตอรองท์ ในบรรยากาศสวยหรู กว้างขวางและโด่ดเด่นมีสไตล์ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงให้คุณได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่จนลืมเวลาของยามราตรี

Big Apple

แหล่งบันเทิงสำหรับการรวมตัวสังสรรค์ปาร์ตี้ของหนุ่มสาวนักท่องราตรี คุณจะได้พบกับความมันอย่างเต็มรูปแบบทั้งแสง สี เสียงและชีวิตชีวา พร้อมให้บริการทั้งในรูปแบบการสังสรรค์กับเหล่าเพื่อนซี้ มีปาร์ตี้แบบสาวเปรี้ยว หรือขยับลีลาแดนซ์กระจายกับวงดนตรีมันๆ เพื่อชีวิตมีชีวาที่ Big Apple

Parking Toys

เป็นร้านบรรยากาศเยี่ยม ความโดดเด่นอยู่ที่บรรดาเฟอร์นิเจอร์เก่าและของตกแต่งร้านเท่ๆ ที่เจ้าของร้านสะสมนำเอามาจัดวางไว้ให้พวกเราได้ชื่นชมกัน โดยสไตล์การแต่งร้านจะเป็นยุคซิกซ์ตี้ มีดนตรีเล่นทุกวัน สามารถโทรจองโต๊ะได้หลัง 12.00 น.เป็นต้นไป เหมาะสำหรับการมานั่งประทานอาหาร ฟังเพลงในบรรยากาศชิลล์ๆ

August Pub & Restaurant

ดัดแปลงบ้านหลังย่อมให้เป็นผับแอนด์เรสเตอรองท์ โซนทานอาหารมีทั้งด้านในและด้านนอกที่เป็น Open Air พร้อมวงดนตรีเล่นสดที่จะเริ่มขับกล่อมประมาณ 3 ทุ่มของทุกวัน





ผับ ฮิต บรรยากาศดีย่านเกษตร-นวมินทร์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club






14

 ใครที่รู้สึกเบื่อกับร้านเหล้าแนวนั่งชิล แล้วอยากหาร้านแนวแดนซ์ชวนเพื่อน ๆ ไปออกสเต็ปโชว์ลีลาการเต้นในจังหวะตื๊ด ๆ มึน ๆ อยู่ละก็ ลองมาดูผับแนว EDM ที่เราคัดมาฝากกันได้เลย รับรองว่าแต่ละที่นั้นสามารถปลุกอารมณ์คึกคักของคุณให้ตื่นจากภวังค์ได้ทันตาเห็นเลยทีเดียว !!

ร้าน Ztudio Live Hall

ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่เปิดเพลงเอาใจคอ EDM ขาแดนซ์สายตื๊ดเลยทีเดียว สำหรับ ” Ztudio Live Hall RCA” ซึ่งเหมาะกับกลุ่มคนที่ชื่นชอบปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนแบบมันส์ ๆ ซึ่งทางร้านก็เอาใจลูกค้าเท้าไฟแบบเต็มอิ่มกับบรรดาศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศที่หมุนเวียนมามิกซ์เพลงให้เต้นกันกระจายทุกสัปดาห์ ตระการตาด้วยแสง สี เสียง สุดล้ำ รับรองว่ามาแล้วเต้นกันเมื่อยขาเลยล่ะ

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวันบริการ เวลา 20.00-24.00 น.
ที่อยู่ : Royal City Avenue กรุงเทพฯ (ตรงข้ามกับ RCA หรือ ร้าน Ibiza เก่า) กรุงเทพฯ

Safe House

Safe House แหล่งรวมขาแดนซ์แนว EDM ตัวจริง โดยภายในร้านออกแบบมาให้เป็น Dance Floor ขนาดใหญ่ ไม่มีเก้าอี้ แต่เพิ่มที่วางเครื่องดื่ม แล้วตกแต่งบริเวณเพดานด้วยหลอดไฟ LED ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Tron จัดเต็มทั้งแสง สี เสียง ส่วนโซนเวทีของดีเจก็ยกสเตจขึ้นไปอีกหนึ่งสเต็ป เพื่อจะได้มองเห็นดีเจได้ถนัด งานนี้ใครที่อยากออกลีลาแดนซ์ก่อนกลับบ้านก็แวะไปมันส์กันที่นี่ได้เลย

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกเวลา 20.00-02.00 น.
ที่อยู่ : ทองหล่อ ซอย 10 (เอกมัย 5/1) ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ

DND Club (do not disturb)

คลับชื่อดังย่านทองหล่อ-เอกมัย (ตั้งอยู่ใกล้ร้านนั่งเล่น) ภายในร้านตกแต่งในสไตล์เก่า ๆ หน่อย แบบยุค 50 ออกแบบมาให้ดูโปร่งโล่งสบาย จะได้ไม่รู้สึกอึดอัดนัก แบ่งโซนที่นั่งออกเป็น 2 ส่วน คือ โซนบาร์และโต๊ะภายในร้าน ส่วนแนวดนตรีของร้านเปิดทั้ง Trance, Electronic และ House สำหรับใครที่รักการเต้นไม่ควรพลาดเลยสำหรับร้านนี้


ผับเจ๋ง ๆ ในกรุงเทพฯ แดนซ์กันยับ ตื๊ดได้ทั้งคืน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ www.tomorrowland.club

15
 นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ผับ โคโยตี้ สวย พริตตี้ขาว น่าเช็คอินในกรุงเทพฯ ไปป่ะล่ะ! เอาใจหนุ่มๆ นักท่องราตรี พาไปเที่ยวผับฮอต พริตตี้สวย โคโยตี้แจ่ม ให้คุณได้สนุกกันทุกค่ำคืน แต่ละร้านบอกเลยว่า เห็นรูปแล้วน่าไปเช็คอินมาก

1.ร้าน Big Apple

แหล่งบันเทิงที่จะมอบความสุขและความสนุกให้กับคุณในทุกๆ คืน คุณจะได้พบกับความมันส์อย่างเต็มรูปแบบทั้งแสง สี เสียง และสุขใจไปกับเหล่าพริตตี้สาวสวยที่มามอบความสุขให้คุณ พร้อมดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีมากฝีมือและโชว์จากโคโยตี้สาวสวยที่จะมากระตุกต่อมให้คุณได้สนุกสุดเหวี่ยงและแดนซ์กระจายไปตลอดทั้งคืน หากคืนนี้คุณกำลังมองหาแหล่งสังสรรค์อยู่ล่ะก็ ต้องลองไปที่ร้าน Big Apple

ที่ตั้ง : ถ.แยกเกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.
2.The Villa Pub

คลับสุดหรูแห่งย่านเหม่งจ๋าย ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น กว้างขวาง และมีโซนให้ได้เลือกนั่งมากมาย สุขใจไปกับพริตตี้สาวสวยที่จะมารอต้อนรับคุณและเอนเตอร์เทนดูแลเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีการแสดงจากโคโยตี้สุดเซ็กส์ซี่ที่จะทำให้คุณหัวใจกระชุ่มกระชวยตลอดทั้งคืนแบบแนบชิดติดขอบเวที

ที่ตั้ง : แยกเหม่งจ๋าย ถ.ประชาอุทิศ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด – ปิด : 20.00 – 02.00 น.

3.The Secret

ผับสุดหรูแห่งย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่จะมีสาวๆ พริตตี้มารอต้อนรับและมอบความสุขให้กับคุณมากถึง 200 คน ภายในร้านมีการแบ่งโซนให้ได้เลือกนั่ง และดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงจากวงดนตรีคืนละ 3 วง



คลับสุดหรูที่รอต้อนรับคุณด้วยพริตตี้ โคโยตี้ สาวสวยหุ่นเซ็กซี่ ในค่ำคืนที่แสนพิเศษ ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.tomorrowland.club

หน้า: [1] 2 3 ... 6