ผู้เขียน หัวข้อ: 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต  (อ่าน 11 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

02-05-2017 , 02:25:46
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด

10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต
ก่อนอื่น! ต้องขอทำความเข้าใจกันสักนิดเผื่อว่าจะมีใครงง… มังงะ ที่เรากำลังพูดถึงนี้หมายถึง หนังสือการ์ตูน ส่วนที่เราเห็นตัวการ์ตูนขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวปล่อยพลังใส่กันเป็นฉากๆ มีเสียงคนพากย์เพิ่มอรรถรสความเมามันส์แบบนั้นคือ อนิเมะ ส่วนมากแล้วการ์ตูนเรื่องนึงมักมีทั้งมังงะและอนิเมะ ใครชอบแบบไหนเลือกรับชมกันตามสะดวก และก็อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า วันนี้จะพูดถึง มังงะ ลองมาดู 10 อันดับการ์ตูนมังงะที่ต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิต จะแจ่มแจ๋วขนาดไหนอย่าได้พลาดเชียว!

10. HunterxHunter


การ์ตูนมังงะที่เข้ามาในอันดับ 10 คือเรื่อง ฮันเตอร์ ฮันเตอร์ ที่เขียนโดย โยชิฮิโร โตกาชิ เป็นเรื่องราวการผจญภัยของ กอร์น ฟรีคส์ เด็กชายที่ออกตามหา จิน ฟรีคส์ ผู้เป็นพ่อ และมีความใฝฝันจะเป็นฮันเตอร์ตามรอยพ่อเช่นกัน เรื่องราวระหว่างการเดินทางของเด็กชายคนนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างต้องไปอ่านกันดู ว่าแต่การ์ตูนเรื่องนี้…เขียนมากี่ปีแล้วนะ?

9. Berserk


เบอร์เซิร์ก ที่เขียนโดย เคนทาโร่ มิอุระ เรื่องราวของ กัซ นักดาบในยุคกลางที่เข้าร่วมสงคราม และเข้าร่วมต่อสู้กับพระเจ้า อันดับการ์ตูนมังงะเรื่องนี้มีเนื้อหาค่อนข้างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการ์ตูนที่มียอดขายถล่มทลายอยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน

8. Slam Dunk


การ์ตูนที่ปลุกกระแสกีฬาบาสเก็ตบอลได้เป็นอย่างดี! สแลมดังก์ เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเขียนโดย ทาเคฮิโกะ อิโนอุเอะ เรื่องราวของกีฬา ความรัก และพองเพื่อน ความน่าประทับใจเหล่านี้ไม่แปลกหรอก ที่เรื่องนี้จะเป็นการ์ตูนขวัญใจของใครหลายๆ คน

7. Fullmetal Alchemist


ฟูลเมทัลอัลเคมิสต์ หรือชื่อไทยว่า แขนกล คนแปรธาตุ เรื่องราวของสองพี่น้อง เอ็ดเวิร์ด และ อัลฟองเซ เอลริค ที่ศึกษาวิชาต้องห้ามอย่างการเล่นแร่แปรธาตุ เป็นการ์ตูนที่เขียนขึ้นโดย ฮิโระมุ อาราคาวะ เป็นมังงะที่อัดแน่นไปด้วยการต่อสู้สุดมันส์ แถมยังซ่อนฉากเรียกน้ำตาเอาไว้มากมายอีกด้วย

6. Fairy Tail


การ์ตูนแนวแฟนตาซีที่เขียนโดย ฮิโระ มาชิม่า เล่าถึงเรื่องราวความป่วน การต่อสู้ และการผจญภัยของเหล่าจอมเวทย์แห่งกิลด์ แฟรี่เทล การพบกันระหว่าง ลูซี่ หญิงสาวผู้มีความสามารถในการอัญเชิญเทพแห่งดวงดาว กับ นัตสึ บุตรบุญธรรมของมังกรอิกนีล ผู้สามารถใช้ไฟ ทั้งสองคนได้ร่วมต่อสู่กับจอมเวทย์คนอื่นๆ จนนำไปสู่เรื่องราวความสนุกสนาน ณ ที่แห่งนี้

5. Bleach


เทพมรณะ การ์ตูนชื่อดังผลงานการสร้างสรรค์ของ คุโบะ ไทเทะ เรื่องราวของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายผู้สามารถมองเห็นวิญญาณ ได้พบกับยมฑูตนามว่า คุจิกิ ลูเคีย แล้วเรื่องราวความสนุกสุดมันส์ในการเป็นยมฑูตของอิจิโกะก็ได้เริ่มขึ้น

4. Death Note


การ์ตูนแนวลึกลับ ผลงานเขียนเรื่องของ สึงุมิ โอบะ และวาดภาพโดย ทาเคชิ โอบาตะ เรื่องราวของยางามิ ไลท์ เด็กนักเรียนมัธยมปลายระดับหัวกะทิที่ได้พบกับสมุดเดธโน้ตของยมฑูต ลุค ที่สามารถฆ่าคนได้เพียงเขียนชื่อคนๆ นั้นลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น ความเข้มข้นของเนื้อหา การหักมุม และมุขตลกร้ายที่แฝงอยู่ในเรื่องนำให้การ์ตูนเรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจทั้ง มังงะ และอนิเมะเลยทีเดียว

3. Dragon Ball


ชาลา-เฮด-ชาลา เรื่องราวของการออกตามหาดราก้อนบอลให้ครบ 7 ลูก เพื่อขอพรหนึ่งข้อจากเทพเจ้ามังกร เป็นผลงานการเขียนของ โทริยาม่า อากิระ พูดถึงเรื่องนี้แล้ว… คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้หรอกเนอะ เรียกได้ว่าหลายคนโตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนี้เลยล่ะ

2. Naruto


นินจาจอมคาถานารูโตะ เรื่องราวของเด็กหนุ่ม อุซึมากิ นารูโตะ ผู้มีปีศาจจิ้งจอกเก้าหางถูกผนึกไว้ในตัว! เขียนโดย มาซาชิ คิชิโมโตะ มังงะเรื่องนี้สร้างความสนุกให้กับผู้ชมมายาวนานกว่า 15 ปี จริงๆ แล้วเรื่องอื่นอาจจะนานกว่าอีก เพียงแต่เรื่องนี้เหล่าแฟนๆ ของนินจาหน้าแมวได้รับชมตอนจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วน่ะสิ แถมตอนนี้ยังมีภาคต่อของลูกชายนารูโตะออกมาแล้ว ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าจะสนุกสนานได้เท่ารุ่นพ่อรึเปล่า

1. One Piece


“ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย!” ประโยคที่ตัวเอกของเรื่องอย่าง กัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง มังกี้ ดี ลูฟี่ พูดไว้อยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยในยุคทองของโจรสลัดที่ออกตามล่าหา วันพีช เขียนโดย เออิจิโร่ โอดะ จัดว่าเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดังที่มีแฟนคลับมากที่สุดในโลกอีกเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ถ้านับเวลานี่ก็ปาเข้าไป 17 ปีแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะจบ…ได้ข่าวแว่วๆมา(อีกละ) ว่านักวาดเขาวางแผนตอนจบไว้อีก 10 ปีข้างหน้า…สู้ต่อไปนะลูฟี่ และแฟนคลับวันพีชทั้งหลาย

สุดยอดไปเลยนะเนี่ย! การ์ตูนมังงะแต่ละเรื่องนี่แทบจะเป็นตำนาน ที่เราบอกว่าต้องหามาอ่านสักครั้งในชีวิตก็เพราะไม่อยากให้คุณพลาด! เรื่องราวความสนุกครบรส กินใจแบบนี้ไง ชอบแนวไหนไปหาอ่านกันดู

ขอขอบคุณที่มาจาก daily.rabbit.co.th/การ์ตูนห้ามพลาด

สยองขวัญ
จัดอันดับ
02-05-2017 , 02:26:39
ตอบกลับ #1
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด


10 อันดับฆาตกรเด็ก
เนื้อหาบางส่วนมีเรื่องราวโหดร้าย ทารุณ
10. อีริค สมิธ (Eric Smith, January 22, 1980)



อีริค สมิธเป็นเด็กชายอายุ 13 ปี เขามักจะถูกแกล้งอยู่เป็นประจำอันเนื่องมาจากรูปลักษณ์ของเขา เขาสวมแว่นหนา หน้าตกกระ ผมแดง และหูที่ยื่นยาวออกมา เชื่อกันว่ามาจากผลข้างเคียงในการรักษาโรคลมบ้าหมูของแม่ของเขาขณะที่เธอตั้งครรภ์ เขาถูกจับกุมหลังจากที่ฆ่าเด็กชายวัย 4 ขวบที่ชื่อเดอริค โรบี้ (Derrick Robie)  ศพเดอริคถูกรัดคอ และหัวของเขาถูกทุบด้วยหินก้อนใหญ่ และเมื่อตำรวจถามอีริคถึงสาเหตุในการฆ่า อีริคไมาสามารถให้คำตอบที่แท้จริง  จิตแพทย์วินิจฉัยว่าอีริคมีความผิดปกติในการควบคุมอารมณ์ มันเป็นสภาวะที่บุคคลไม่สามารถควบคุมความโกรธเคืองภายในจิตใจ  เขาถูกตัดสินว่ากระทำผิดและถูกจับเข้าคุก จนถึงทุกวันนี้เขาเป็นนักโทษมาแล้ว 8 ปี และถูกปฏิเสธทัณฑ์บน 5 ครั้ง

9. โจชัว ฟิลลิปส์ (Joshua Phillips, March 17, 1984)



ในเช้าวันหนึ่งแม่ของฟิลลิปส์ทำความสะอาดห้องของเขาเมื่อเขาไปโรงเรียนแล้ว แม่ของเขาสังเกตเห็นหยดน้ำใต้เตียงของเขา เธอคิดว่ามันคงจะหยดรั่วลงมาจากเตียงน้ำของลูกชายเธอ เธอก็สำรวจรอยรั่วบนเตียงและเห็นว่ามีเทปพันสายไฟแปะอยู่ที่จุดหนึ่ง เธอพลางคิดว่าฟิลลิปส์คงเห็นรอยรั่วนี้แล้วแปะเทปเอาไว้ เธอคิดจะซ่อมมันใหม่และเมื่อเธอเอาเทปออก เธอเห็นถุงเท้าของลูกเธอในนั้น แต่แล้วเธอก็รู้สึกเย็นยะเยือกกับภาพตรงหน้าเมื่อเธอส่องไฟฉายเข้าไป มันเป็นศพของแมดดี้ คลิฟตัน (Maddie Clifton) ลูกของเพื่อนบ้านวัย 8 ขวบที่หายตัวมาแล้ว 7 วัน

คนที่อยู่ในละแวกนั้น รวมทั้งพ่อแม่ของแมดดี้แทบไม่อยากจะเชื่อว่าฟิลลิปส์ฆ่าแมดดี้ ฟิลลิปส์เป็นหนึ่งในเพื่อนบ้านที่เป็นอาสาสมัครช่วยกันตามหาแมดดี้ และเพราะฟิลลิปส์อายุต่ำกว่า 16 ปี เขาจึงไม่ได้รับโทษประหารชีวิต เขาถูกจับกุมและถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตและห้ามถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ จนถึงทุกวันนี้อีริคกล่าวว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำร้ายแมดดี้ แมดดี้ถูกตีเข้าบริเวณดวงตาด้วยไม้เบสบอลและถูกรัดคอ หลังจากนั้นก็แทงเธอแล้วเก็บศพไว้ในห้องของเขา และแน่นอนว่าคณะลูกขุนไม่เชื่อเรื่องที่ฟิลลิปส์ให้การ

8. จอร์จ สตินนีย์ (George Stinney, October 21, 1929–June 16, 1944)



วันที่ 16 มิถุนายน 1944 สหรัฐได้มีการบันทึกว่ามีตัดสินประหารชีวิตนักโทษเด็ก จอร์จ สตินนีย์ อายุ 14 ปี นักโทษประหารชีวิตที่มีอายุน้อยที่สุดของสหรัฐในช่วงศตวรรษที่ 20 จอร์จฆาตกรรมเด็กผู้หญิงสองคนคือเบ็ตตี้ จูน เบ็นนิคเกอร์ อายุ 11 ปี และ แมรี่ เอ็มม่า เธมส์ อายุ 8 ปี พวกเธอถูกพบว่าเป็นศพอยู่ในบ่อโคลน จอร์จให้การว่าเขาต้องการมีเซ็กซ์กับเบ็ตตี้และฆ่าเธอในภายหลัง คดีของเขาไม่ได้รับการอุทธรณ์เนื่องจากครอบครัวของจอร์จยากจน

7. ไลโอเนล เทต (Lionel Tateม, January 30, 1987)



แคทเธอลีน กรอสเสท เทตเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่น่าเชื่อถือ ในเย็นวันหนึ่งเธอพาเด็กหญิงทิฟฟานี่ อูนิค วัยหกขวบมาที่บ้านของเธอ เธอขึ้นไปข้างบนบ้านและปล่อยให้เด็กหญิงดูโทรทัศน์อยู่กับไลโอเนล ลูกชายเธอวัย 14 ปี จนเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เธอรู้สึกว่าเสียงของเด็กๆเงียบไป แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเด็กๆ คงจะผลอยหลับไป จนประมาณ 45 นาทีให้หลัง ไลโอเนลเรียกเธอแล้วบอกเธอว่าทิฟฟานี่ไม่หายใจแล้ว ไลโอเนลบอกว่าพวกเขาเล่นมวยปล้ำกัน เขาจับเธอทำท่าเฮดล็อกและจับเธอทุ่มไปบนโต๊ะ จากการชันสูตรทิฟฟานี่พบว่ามีแรงกระแทกอย่างรุนแรงจนทำให้ตับของเธอฉีกขาด กะโหลกศรีษระและกระดูกซี่โครงร้าว สมองบวมจากการถูกตีอย่างรุนแรง ไลโอเนลเปลี่ยนคำให้การภายหลังว่าเขากระโดดไปบนตัวเธอจากขั้นบันได
ไลโอเนลถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในปี 2001

6. แบร์รี่ เดล ลูไคทีส (Barry Dale Loukaitis)



2 กุมภาพันธ์ 1996 เกิดเหตุการณ์กราดยิงตัวประกันในห้องเรียนวิชาพีชคณิต โรงเรียนเดอะฟรอนเทียร์ มิดเดิล สคูล มีผู้เสียชีวีตสามคน (ครู 1 คน นักเรียน 2 คน) และหนึ่งคนบาดเจ็บสาหัส ผู้ก่อเหตุคือนักเรียนชายวัย 14 ปีที่ชื่อแบร์รี่ เดล ลูไคทีส
ก่อนเหตุการณ์กราดยิง แบร์รี่มีอาการประสาทหลอนและคิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า เขาพกปืนไรเฟิล ปืนพกขนาด.357 และ ปืนพกขนาด.25 ซึ่งปืนทั้งหมดเป็นของพ่อของเขา หลังก่อเหตุเขาจับตัวประกันไว้ประมาณ 10 นาทีก่อนถูกโค้ชกีฬาหลอกล่อและจับตัวเขาไว้ได้ นอกเหนือจากการป่วยทางจิตใจและปัญหาในครอบครัวของเขา เขายังได้รับแรงบันดาลใจจากมิวสิควีดีโอเพลงเจเรมี่ (Jeremy) ของวงเพิร์ลแจม ที่เป็นเรื่องราวของวัยรุ่นคนหนึ่งที่ฆ่าตัวตายเพราะมีปัญหากับเพื่อนร่วมชั้นและครู
และอ้างถึงตัวเอกในนิยายเรื่องเรจ (Rage) ของสตีเฟ่นคิงที่ฆ่าครูและเพื่อนในคลาสเรียนวิชาพีชคณิต แบร์รี่ได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตกับจำคุก 205 ปี

5. เครก ไพรซ์ (Craig Price)



4 กุมภาพันธ์ 1989 โจน ฮีทตัน อายุ 39 ปี พร้อมลูกสาวของเธอสองคน เจนนิเฟอร์ 10 ปีและเมลิสซ่า 8 ปี ถูกพบเป็นศพโชกเลือดภายในบ้านของเธอ พวกเขาถูกแทงเป็นแผลฉกรรจ์ และมีดหักคาอยู่ในคอของเมลิสซ่า ในรายงานของตำรวจ โจนถูกแทงประมาณ 60 ครั้ง ขณะที่เด็กหญิงทั้งสองถูกแทงประมาณ 30 ครั้ง เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุจูงใจเป็นการลักทรัพย์ มีดที่ใช้ฆาตกรรมถูกนำมาจากในครัวของบ้าน มีร่องรอยการต่อสู้ของโจนกับคนร้าย และเชื่อว่าคนร้ายอาจเป็นหนึ่งในเพื่อนบ้านของเธอ และคนร้ายอาจจจะมีบาดแผลจากการต่อสู้กับเธอ เครกถูกสนใจโดยตำรวจจากบาดแผลที่มือของเขา เขาอ้างว่ามือกระแทกกับกระจกรถยนต์ แต่ตำรวจไม่เชื่อ พวกเขาตรวจค้นห้องพักของเครกและเข้าชาร์จจับกุมหลังจากที่พบมีด ถุงมือ และสิ่งของต่างๆที่เปื้อนเลือด เขาสารภาพว่าก่อเหตุเหมือนกับคดีนี้เมื่อสองปีก่อน เขาถูกตัดสินก่อนวันเกิดครบรอบ 16 ปี และยังติดคุกอยู่จนถึงปัจจุบัน

4. เกรแฮม ยัง (Graham Young, September 7, 1947 – August 22, 1990)



เกรแฮม ยังผู้หลงใหลในความรู้เกี่ยวกับยาพิษต่างๆ และผลที่เกิดกับคน เขายังมีความสนใจและเทิดทูนฆาตกรอย่างด็อกเตอร์ฮอว์ลี่ย์ คริพเพ็น, วิลเลี่ยม พาล์มเมอร์, อดอล์ฟ ฮิตเล่อร์ และคนอื่นๆ ยังเริ่มการทดลองเกี่ยวกับยาพิษเมื่ออายุ 14 ปี เขาโกหกอายุเพื่อทำให้สามารถหาซื้อสารเคมีต่างๆเท่าที่ต้องการ ครอบครัวและเพื่อนคือเหยื่อของเขา พวกเขามีไข้ อาเจียน ท้องเสีย กระเพาะอาหารเป็นแผล ยังในวัย 14 มีความรู้ในวิชาเคมีเทียบเท่าระดับปริญญาตรีจาการเรียนรู้ด้วยตนเองในห้องสมุด ในบางครั้งเขาก็เป็นเหยื่อเสียเองเพราะลืมว่าใส่ยาพิษลงในอาหารของเขา ยังถูกจับเพราะครูคนหนึ่งตรวจโต๊ะเรียนของเขาในเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน เขาพบยาพิษ บันทึกต่างๆ และหลักฐานทั้งหมด และนำไปสู่การแจ้งตำรวจ หลังจากนั้นเขาถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสุด แต่มันก็ไม่อาจหยุดยั้งพฤติกรรมชั่วร้ายของเขา เขาวางยาพิษเจ้าหน้าที่พยาบาลและเพื่อนผู้ต้องขัง มีหนึ่งคนตาย ความรู้ของเขาที่สามารถสกัดไซยาไนด์จากใบลอเรลบุชแพร่หลายไปทั่ว
แต่ถึงกระนั้นเขาได้รับการปล่อยตัวเมื่ออายุ 23 ปี และอาศัยอยู่กับพี่สาวของเขา และกลับมาวางยาพิษเพื่อนร่วมงานอีก เขาถูกจับเป็นนักโทษอีกครั้งและตายที่นั่น

3. เจส โพมรอย (Jesse Pomeroy, November 29, 1859–September 29, 1932)



เจสเกิดเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 1959 ในCharlestown รัฐแมสซาชูเซตส์ และเป็นฆาตกรอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐแมสซาชูเซตส์ เจส โพมรอยเริ่มแสดงความโหดร้ายกับเด็กคนอื่นเมื่อเขาอายุ 11 ปี เขาจับเด็กเจ็ดคนไว้ในที่ซ่อน จับพวกเขาแก้ผ้าและทรมานด้วยมีดและแทงด้วยเข็มเข้าไปในเนื้อของเด็กพวกนี้ หลังจากที่ถูกจับได้เขาถูกส่งไปโรงเรียนดัดสันดาน และต้องอยู่ที่นี่จนถึงอายุ 21 ปี แต่แล้วก็ถูกปล่อยตัวออกมาเพราะประพฤติตัวดี หลังจากไปอยู่ได้เพียงปีครึ่ง หลังจากนั้นสามปี เขาทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม เขาลักพาตัวและฆ่าเด็กหญิงอายุสิบขวบชื่อ Katie Curran และยังต้องสงสัยว่าฆ่าเด็กชายอายุสี่ขวบที่ถูกพบเป็นศพขาดวิ่นในอ่าว Dorchester แม้ว่าจะมีหลักฐานที่แน่ชัดที่จะเชื่อมโยงไปถึงตัวเจสในคดีการตายของเด็กชาย แต่เจสรับสารภาพเฉพาะคดีของ Katie Curran เจสถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตและถูกขังเดี่ยว เขาตายเมื่ออายุ 72 ปีด้วยโรคชรา

2. จอน เวนาเบิลส์ และ โรเบิร์ต ธอมสัน(Jon Venables and Robert Thompson, August 13, 1982, August 23, 1982)



แม่ของเด็กชายวัยสองขวบเจมส์ บัลเกอร์ ปล่อยลูกไว้ที่ประตูหน้าร้าน butcher ด้วยความคิดโง่เขลาที่ว่าใช้เวลาไม่นานในการกลับมารับลูกของเธอ หลังจากนั้นเธอก็ได้รู้ว่ามันเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ลูกของเธอในสภาพที่มีชีวิต จอนและโรเบิร์ตทั้งคู่อายุสิบปี เด็กเกเรสองคนที่โดดชั้นเรียนมาเที่ยวห้าง และกำลังมองหาอะไรสนุกๆทำ พวกมันเจอเจมส์และพาตัวออกไปข้างนอก เจมส์ถูกเอาหัวกระแทกรถ มีรายงานว่าก่อนที่พวกมันจะทำกับเจมส์ ได้เคยพยายามลักพาตัวเด็กผู้ชายหลงทางคนหนึ่งเพื่อไปทรมาน แต่ไม่สำเร็จเพราะแม่ของเหยื่อรู้ตัวเสียก่อน ระหว่างทางสองไมล์ที่เจมส์ถูกพาตัวออกไป พวกมันทั้งต่อย เตะ ทุบหัวของเด็กน้อย คนที่เดินผ่านไปมาก็ละเลย ไม่สนใจ เพราะคิดว่าเป็นการเล่นกันของเด็กและคิดว่าเป็นพี่น้องกัน จอนและโรเบิร์ตพาตัวเจมส์มาที่รางรถไฟ พวกมันทรมานเขาต่างๆนานา หยอดสีลงในตาซ้ายของเจมส์ ทำให้เกือบบอดในทันที ขว้างหินใส่เขา ตีเขาด้วยก้อนอิฐ และท่อนเหล็ก พวกมันยังทำร้ายทางเพศกับเจมส์อีกด้วย ทั้งหมดนี้แทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของเด็กสิบขวบ มันโหดร้ายทารุณมากที่มนุษย์ในวัยนี้จะกระทำต่อผู้อื่นได้ พวกมันวางร่างของเจมส์พาดบนรางรถไฟและเอาก้อนอิฐมาปิดหัวที่ชุ่มเลือดของเขา เพราะพวกมันคิดว่าเจมส์ตายแล้วและหวังว่าจะอำพรางคดีให้รถไฟทับศพเจมส์ มีรายงานว่า เจมส์ยังไม่ตายเวลานั้น แต่ตายก่อนที่รถไฟจะทับร่างของเขา

1. แมรี่ เบล (Mary Bell, May 26, 1957)



“Murder isn’t that bad; we all die sometime anyway.” การฆาตกรรมไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ยังไงพวกเราทุกคนก็ต้องตายอยู่ดี 
Brian Howe ถูกพบเป็นศพถูกปกคลุมด้วยสาหน่ายสีม่วงและต้นหญ้า 1 วันหลังจากการตายของ Martin Brown ซึ่งตายจากการสำลัก ผมของเขาถูกตัด มีรอยเจาะที่ต้นขา อวัยวะเพศของเขาถูกถลกหนังบางส่วน เด็กชายวัยสามขวบเสียชีวิตเนื่องจากถูกรัดคอ จากการสอบสวนแมรี่ เบล อายุ 11 ปี เธออธิบายรายละเอียดการฆาตกรรมที่เป็นความลับที่มีแต่ฆาตกรเท่านั้นที่เป็นคนรู้ เบื้องหลังพฤติกรรมโหดร้ายผิดปกติของแมรี่ เบลนี้บางทีอาจมาจากครอบครัวของเธอ เธอคิดว่าตลอดว่าพ่อของเธอคือ บิลลี่ เบล ผู้วึ่งก่ออาชญากรรมเป็นนิสัย และถูกจับกุมด้วยข้อหาปล้นอาวุธ ไม่มีใครรู้พ่อที่แท้จริงของเธอจนทุกวันนี้ แมรี่อ้างว่าแม่ของเธอเป็นโสเภณีและพยายามที่จะให้เธอหมั้นกับลูกค้าของแม่คนที่กระทำทางเพศกับเธอเมื่อตอนแมรี่อายุสี่ขวบ เธอถูกปล่อยตัวเมื่ออายุ 23 ปี

  นั่งซากหวาดผวาศพล่อเสือ    เล่าเรื่องสยองขวัญสยองกลางทุ่ง    เล่าเรื่องสยองขวัญคุณแม่เล่าให้ฟัง 
  เล่าเรื่องสยองขวัญบ้านเก่า    เล่าเรื่องสยองขวัญ6ปีไม่เคยลืม    เล่าเรื่องสยองขวัญ แถวนี้มีเยอะ 
  เล่าเรื่องสยองขวัญทำไมไม่บวชให้    เล่าเรื่องสยองขวัญ เพื่อนเล่าให้ฟัง    ตำนานผีญี่ปุ่น คาซาเนะ 
  ตำนานผีญี่ปุ่น กาซาโดคุโร    ตำนานผีญี่ปุ่น ผีตระกูลเฮอิเคะ    มนุษย์กินคนในตำนาน ซอว์นี่ บีน 
  เล่าเรื่องสยองขวัญ แดนพิศวง    เล่าเรื่องสยองขวัญ สโมสรร้าง    เล่าเรื่องสยองขวัญ แรงงานต่างด้าว 
  เล่าเรื่องสยองขวัญลองจนเจอดี    เล่าเรื่องสยองขวัญ ร้านเหล้าผี    ตำนานผีญี่ปุ่น บ้านแห่งจาน 
  10 อันดับฆาตกรต่อเนื่องที่อำมหิต    เล่าเรื่องผี มาเอาแม่ผมไปทำไม    คดีฆาตกรรมในโรงนาสีแดง 

แหล่งรวมบทความจัดอันดับ สารคดีประวัติศาสตร์ บทความสารคดีจักรวาลและดาวเคราะห์ บทความสารคดีสงคราม บทความสารคดีภัยธรรมชาติ บทความสารคดีชีวิตสัตว์ บทความสารคดีอาวุธทางการทหาร บทความสารคดีการจัดอันดับ บทความสารคดีวิทยาศาสตร์ บทความสัมภาษณ์คนดัง บทสนทนาปัญหาเศรษฐกิจ บทสนทนาประเด็นข่าวร้อน เรื่องราวน่ารู้ ความรู้ทั่วไป สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ผู้หญิง ความงาม แม่และเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร ร้านอาหาร เกมส์ เทคโนโลยี มาดูกันได้ที่  http://www.anyapedia.com