ผู้เขียน หัวข้อ: ความเป็นมาภูมิหลังของน้ำหอม (Perfume)  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

13-02-2019 , 03:01:19
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 830
    • ดูรายละเอียด

เรื่องราวความเป็นมาของน้ำหอม (Perfume)
     รู้หรือไม่ว่า น้ำหอมที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีประวัติยาวนานถึง 4,000 ปี จากหลักฐานทางเรื่องเก่าแก่ที่เป็นภาพจิตกรรมฝาผนังที่วิหารของพระราชินี Hatshepsut เมือง Thebes ประชาชาติ Egypt ซึ่งในภาพจะแสดงให้เห็นว่าสาวชาวอียิปกำลังชโลมน้ำหอมลงบนศรีษะของตนเอง นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ได้มีการเริ่มใช้น้ำหอมในยุคนั้น และเราจะเริ่มชี้แจงเรื่องราวของน้ำหอมกันตั้งแต่ในยุคเริ่มแรกกันเลยนะจ๋า
น้ำหอมในสมัยแรก (สมัยเมโสโปเตเมีย)
     น้ำหอมผู้หญิงในยุคเบื้องต้นเริ่มจากในสมัยเมโสโปเตเมีย  ซึ่งในยุคแรกนั้นคนที่จะใช้น้ำหอมได้คือฟาร์โร พร้อมด้วยเหล่านักบวชที่จะนำน้ำหอมไปใช้ในการทำพิธีบูชาเท่านั้น ซึ่งจะใช้การเผาให้เกิดกลิ่น เช่นว่า การเผายางไม้ ขี้ผึ้ง หรือเปลือกไม้ต่าง ๆ และคำว่า "Perfume" คำนี้ก็มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ที่แปลว่า "ควัน" จึงเป็นที่มาของน้ำหอม นักบวชจะนำไปใช้ในพิธีกรรมการบูชาต่าง ๆ ที่เป็นประเพณีของของแคว้น และนอกเหนือจากการใช้ในพิธี ก็ยังมีการใช้พรหมทาที่ตัว บ้านเรือน เรือ หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง และราชินีแห่งอิยิปต์ที่มีพระนามว่า Hatshepsut   ทรงมีความชื่นชอบน้ำหอมมาก จึงสนับสนุนให้มีการค้นหาต้นไม้ ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม เพื่อนำมาทำเป็นน้ำหอมกลิ่นต่าง ๆ ต่อมาเมื่อพระนาง Hatshepsut สิ้นพระชนม์ ชาวอียิปต์ก็ได้สร้างสวนดอกไม้และสร้างแผ่นหินจารึกประวัติการต่างๆ ไว้เพื่อเป็นการสดุดีอีกด้วย พร้อมทั้งพระนางคลีโอพัตราก็ยังให้ทาน้ำหอมที่ใบเรือและตัวเรือทั้งมวลก่อนที่จะท่องเที่ยวไปรับนักการเมืองชาวโรมัน ทำให้เหล่าชาวโรมันที่รอการมาของพระนาง สามารถได้กลิ่นน้ำหอมจากเรือสำเภาที่ทรงนั่งมาก่อนที่จะเห็นตัวเรือของพระนางด้วยซ้ำ   
น้ำหอมผู้หญิงเวลาใจกลาง   
ในยุคนี้ขั้นตอนในการสกัดจะต่างจากยุคแรก เพราะชาวอาหรับได้ทำการคิดค้นเคล็ดลับการกลั่นนํ้าหอมได้ลุล่วง กับมีการใช้แอลกอฮอร์มาเป็นตัวทำละลาย และน้ำหอมกลิ่นแรกที่ได้ทำการสกัดคือกลิ่นกุหลาบ และหลังจากนั้น นำ้หอมก็ได้เดินทางเข้าสู่ศตวรรษที่ 14 โดยการเข้าสู่ทวีปยุโรธ และคนชาติแรกที่ได้นำน้ำหอมเข้ามายุโรปคือชาวฮังกาเรี่ยน ตามคำสั่งของพระราชินี Elizabeth แห่งฮังการี่ จึงเรียกน้ำหอมกลิ่นนี้ว่า น้ำฮังการรี่ ซึ่งเป็นแม่แบบของน้ำหอมในยุคต่อ ๆ มา

         น้ำหอมสมัยเอี่ยมอ่อง (ปัจจุบัน) 
น้ำหอมได้เข้าสู่ขั้นตอนผลิตแบบอุตสาหกรรมแบบจริงจังเมื่อศตวรรษที่ 19 และได้นำไปสู่วงการแฟชันอย่างเต็มฝีจักร เมื่อปี คศ. 1920  เพราะมีชาวรัสเซียที่ชื่อว่า Ernest Beaux ซึ่งเป็นนักทำน้ำหอมเที่ยวไปมาที่ปารีส และได้นำเสนอน้ำหอมที่ตนเองทำให้กับ Gabrielle Bonheur Chanel ซึ่งก็กลายมาเป็นแบรนด์ Chanel  ในปัจจุบัน กับได้รับปฏิกิริยาเป็นอย่างดี และกลิ่นที่ขายดีและขึ้นชื่อลือชาที่สุด คือ Chanel NO.5 และตั้งแต่นั้นมา อุตสาหกรรมด้านน้ำหอมก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างปรูดปราด และมีใช้แพร่หลาย ในคนทุกระดับชั้นจนมาถึงปัจจุบันนี้

Tags : น้ำหอม,น้ำหอมผู้หญิง,น้ำหอมผู้ชาย