ผู้เขียน หัวข้อ: เบอร์เบินกับเทนเนสซีแตกต่างยังไง  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

30-06-2018 , 17:18:05
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • ดูรายละเอียด


 
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของอเมริกันวิสกี้
 
ว่ากันว่าศาสตร์ของการกลั่นนั้นมีต้นกำเนิดมาไม่น้อยกว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ จนเมื่อตอนราวๆ คริสต์ศักราช 1,000-1,200 ความรู้เกี่ยวกับการกลั่นก็เดินทางผ่านจากแผ่นดินหลักของยุโรปไปยังสกอตแลนด์และก็ไอร์แลนด์
 
เมื่อความรู้ความเข้าใจเรื่องการกลั่นเดินทางไปถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาพร้อมๆ กับผู้ตั้งหลักแหล่งชาวอังกฤษ ไรย์ คือธัญพืชที่พวกเขาใช้สำหรับการผลิตวิสกี้ และ ถัดมาก็ได้มีการหันมาใช้เมล็ดข้าวโพด เพราะว่าเป็นพืชที่เหมาะสมกับภูมิอากาศมากยิ่งกว่า การผลิตวิสกี้ที่ทำมาจากข้าวโพดนั้นมีฐานอยู่ที่รัฐเคนทักกี ซึ่งนับว่าเป็นบ้านของเบอร์เบินวิสกี้ (Bourbon Whisky) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700s
 
เพราะเหตุใดจะต้องเคนทักกี ?
 
ผู้ผลิตวิสกี้ทุกคนต่างรู้กันดีว่าคุณภาพของน้ำนั้นมีส่วนสำคัญในการกำหนดรสของวิสกี้ ยกตัวอย่างน้ำในบางพื้นที่ของสกอตแลนด์ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างออกไป ซึ่งส่งผลกับบุคลิกของวิสกี้ ตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ที่ไหลผ่านการเผาหน้าดินก็มักจะมีกลิ่นพีท และก็บางพื้นที่อยู่ใกล้กับทะเลก็จะมีผลให้น้ำที่นำมาผลิตมีรสเค็ม รวมทั้งมีผลกับวิสกี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เบอร์เบิน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเคนทักกีที่ไหลผ่านหินแร่ไลม์สโตนที่อุดมอยู่ในมลรัฐดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว มีส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำจากที่นี่ส่งผลต่อรสชาติหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบิน รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่ชายแดนของแคนาดา เรื่อยไปจนกระทั่งรัฐอลาบามาด้วย ที่นับว่าเป็น Bourbon Zone
 
คำนิยาม ตามกฎหมายของเบอร์เบินวิสกี้

  • เบอร์เบินต้องผลิตมาจากธัญพืช โดยมีส่วนผสมของเมล็ดข้าวโพดไม่ต่ำกว่า 51%
  • เบอร์เบินต้องได้รับการกลั่นโดยไม่ให้มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 160 Proof หรือ 80% ABV (Alcohol By Volume)
  • ไม่มีการผสมสี หรือ แต่งรสชาติ
  • เบอร์เบินจะต้องได้รับการบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาไฟด้วยถ่านชนิดพิเศษ
  • โดยต้องได้รับการบ่มไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • ได้รับการบรรจุเข้าไปในถังบ่มในขณะมีแอลกอฮอล์ไม่สูงมากเกินไปกว่า 125 Proof หรือ 62.5% ABV
  • เมื่อบรรจุขวดเบอร์เบินควรจะมีแอลกอฮอล์ไม่ต่ำลงยิ่งกว่า 80 Proof หรือ 40% ABV
  • เบอร์เบินที่บ่มนานน้อยกว่า 4 ปี ควรจะมีการกำหนดที่ฉลาก ถึงอายุของวิสกี้ตัวที่เอามาผสมและได้รับการบ่มมาน้อยที่สุดในวิสกี้ขวดนั้น (แต่โดยมากก็นานไม่น้อยกว่านี้กันทั้งนั้นล่ะ)
  • ถ้าเกิดครบทุกคุณลักษณะข้างต้น และก็ผลิตในรัฐเคนทักกีแค่นั้นจึงจะพูดได้ว่า ‘Kentucky Straight Bourbon Whisky’
  • ข้อนี้สำคัญที่สุด กฎนี้ออกมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1907 วิสกี้ที่ถูกผลิตขึ้นในสหรัฐฯเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นเบอร์เบินวิสกี้

 
ครอบครัวที่กลั่นเบอร์เบินมานานกว่า 90 ปี
 
เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่นของ Wild Turkey
 
เมื่อไม่นานมานี้ เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่น (Master Distiller) ของ Wild Turkey เบอร์เบินอันโด่งดังจากรัฐเคนทักกีได้เดินทางมาเปิดมาสเตอร์คลาสในประเทศไทย นอกจากให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอเมริกันวิสกี้ให้พวกเราฟังแล้ว ยังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นผู้สร้างเบอร์เบินถึง 2 ชั่วอายุคน คือตัวเขากับพ่อ ซึ่งรวมแล้วครอบครัวนี้มีประสบการณ์ในการกลั่นเบอร์เบินนานถึงกว่า 90 ปี เลยทีเดียว
 
ถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มควรจะเป็นถังโอ๊กใหม่แค่นั้น รวมทั้งของ Wild Turkey ต้องเป็น American White Oak เขาได้เล่าถึงความโดดเด่นของวิสกี้แบรนด์ไก่งวงเถื่อนนี้ให้ฟังว่า โรงกลั่นของ Wild Turkey ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเคนทักกี ซึ่งมีชั้นหินปูนใต้น้ำ ที่เปรียบดังตัวกรองน้ำจากธรรมชาติ ทำให้โรงกลั่นได้น้ำที่ใสบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นสำหรับในการผลิตวิสกี้คุณภาพสูง และ โดยทั่วไปแล้วเมื่อนำไปบรรจุถังไม้โอ๊กในขั้นตอนบ่ม ก็จะใช้เฉพาะถังไม้โอ๊กที่เยี่ยมที่สุดที่เป็นอเมริกัน ไวต์ โอ๊ก ซึ่งจะถูกนำไปเผาที่เบอร์ 4 หรือที่เรียกว่า "The Number 4 Alligator Char" ซึ่งเป็นการเผาเบอร์สูงที่สุดจนมีลวดลายเหมือนหนังจระเข้ (โดยปกติเบอร์เบินวิสกี้แบรนด์อื่นมักใช้กันที่เบอร์ 2-3) ซึ่งเขาบอกว่าด้วยการที่ไม่มีการแต่งสีแล้วก็กลิ่นของวิสกี้ การเผาถังไม้เบอร์รีจะช่วยให้วิสกี้มีสีและรสชาติเพิ่มมากขึ้น อันเป็นวิธีการเฉพาะของ Wild Turkey รวมถึงช่วงเวลาสำหรับการบ่ม ซึ่งโดยธรรมดาชอบบ่มกันราวๆ 4 - 6 ปี แต่ว่าที่โรงกลั่นวิสกี้ไก่งวงเถื่อนเขาบ่มนานถึง 6, 8, 10, 12 ปี ตามลำดับ ที่สำคัญอีกข้อคือวัตถุดิบที่ใช้จะต้องเป็นเมล็ดข้าวโพดและธัญพืช Non-GMO
 
ที่มา -  เหล้านอก