ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเลือกโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ควรจะคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

30-06-2018 , 20:26:31
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1949
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน SME หลายกิจการต่างสรรหาแนวทางที่จะสร้างความสามารถในการทำงานและประหยัดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด พอให้สามารถแข่งขันและอยู่รอดในยุคที่การค้าขายฝืดเคืองเช่นในเวลานี้ การปรับเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดต้นทุน แต่กระนั้นซอฟแวร์มีจำนวนมากหลายเจ้า จะเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอแนะนำข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับบริษัทของคุณ ดังต่อไปนี้ครับ

1.อุตสาหกรรม
บริษัทของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านขายปลีก กลุ่มผู้ผลิต หรือกิจการให้บริการ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการทำบัญชีที่แตกต่างกัน นอกจากนี้โปรแกรมเมอร์ จะดีไซน์โปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ประเภทเช่นกัน แต่ถ้าคุณต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นเข้ารูปกับกิจการคุณ หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางแบบ เช่น กิจการก่อสร้าง กิจการรับผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างเขียนออกแบบโปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจคุณจะดีกว่า
2.ขนาด ธุรกิจ
รายละเอียดของการบันทึกบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ บริษัท คุณเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่ทำงานได้อย่างดีกับ ธุรกิจที่มียอดจำหน่าย 1 ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าธุรกิจของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับดาต้าขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นควร เลือกซื้อให้เข้ากับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ความต้องการในการใช้งาน
ก่อนการ ตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีฟังก์ชั่นหรือโมดูลอะไรที่กิจการคุณจำเป็นต้องใช้งาน ควรเขียนความต้องการเหล่านี้ คุณลักษณะ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางบริษัทอาจจะอยากได้การใช้งานที่ง่ายๆ หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่บริษัทอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการจ่ายเงินออนไลน์ หรือการใช้ credit card หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างเปลี่ยนแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร ซื้อโปรแกรมบัญชีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานเหล่านี้ได้ และลงตัวกับร้านค้าคุณ อย่าเสียเงินให้กับฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
เวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทตัวแทนสามารถซับพอร์ท ขจัดปัญหาได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ง่ายสะดวก น่าเชื่อถือหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาคุณหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ research จาก internet หรือสอบถามบริษัทที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นประเด็นประเด็นหลักที่มีผลต่อการ เลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วๆ ไปจะมีมูลค่าที่ไม่แพงมากนัก แต่ถ้าคุณอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบ Function การใช้พิเศษ ท่านต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตกลงใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำการวิเคราะห์ความคุ้มค่าเบื้องต้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีมีระยะเวลาทดลองใช้หรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณได้รับโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความคล่องในรูปแบบต่างๆ ปัญหาที่พบ การใช้งานฟังก์ชันระบบต่างๆ เหมาะสมหรือไม่ เพราะฉะนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อไต่ถามกับบริษัทซอฟแวร์ว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ โดยปรกติจะจะเปิดให้ลูกค้าลองใช้ได้ 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นการดีก่อนที่จะเสียเงินซื้อจริง
ท้ายสุดแล้วควรซักถามบริษัทอื่นๆ ที่คุณคุ้นเคยเกี่ยวกับโปรแกรมบัญชีที่ที่อยู่ในลิส อย่างน้อย 3 ที่ ควรสอบถามข้อดีข้อเสีย พบปัญหาอะไรหรือไม่ อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนขายน่าประทับใจหรือไม่ ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรเลือกโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/07/blog-post_6.html

Tags : โปรแกรมบัญชี,โปรแกรมบัญชีใช้งานฟรี