ผู้เขียน หัวข้อ: สัตวแพทย์รักษาสุนัข ด่วนฉุกเฉิน รักษาโรคผิวหนังต่างๆ แล้วก็ มดลูกอักเสบ ตั้งอยู่  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

09-11-2018 , 06:08:39
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1013
    • ดูรายละเอียด

สัตวแพทย์รักษาหมาแมว ด่วนฉุกเฉิน ผ่าตัดทำหมัน ผ่าตัดเนื้องอก ตั้งอยู่ซ.พัฒนาการ 30 ติดห้าง Maxvalue
คลินิกของเรารักษาสัตว์ อยู่ตรง ถ.สุขุมวิท77 (ซ.อ่อนนุช17) ทะลุกันได้ ติดห้าง Maxvalue
 
โรคติดเชื้อจากน้ำลายหมาแล้วก็แมว คืออะไร
โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขรวมทั้งแมว เป็นโรคติดโรคที่เกิดขึ้นจากแบคทีเรีย โรคนี้ส่งผลให้เกิดหนองเลือด เป็นพิษตามผิวหนัง หรือเยื่อไขกระดูกอักเสบ ถ้าเกิดเป็นกรณีที่รุนแรงมากมาย บางทีอาจเสียชีวิตได้
 
โรคติดเชื้อจากน้ำลายหมาและก็แมว มีเหตุที่เกิดจากอะไร?
โรคติดเชื้อจากน้ำลายสุนัขแล้วก็แมว เป็นอาการติดเชื้อโรคจากแบคทีเรีย Pastsrera ของสัตว์เลือดอุ่น ซึ่งบางทีอาจเจอจากภายในปากของสุนัข 75% แล้วก็แมวมากถึง 97% เจ้าของอาจดำรงชีวิตคลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงมากจนเกินความจำเป็น จนถึงทำให้ได้รับเชื้อแบคทีเรียเข้าสูงร่างกายผ่านน้ำลายของสัตว์เลี้ยง หรือการดมเอาแบคทีเรียเข้าไปผ่านจมูก ตัวอย่างเช่น การจูบ หรือหอมสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ
 
โรคติดเชื้อจากน้ำลายหมาและแมว มีลักษณะอาการยังไง
ถ้าติดโรคผ่านการดมหายใจเอาแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายผ่านจมูก อาจจะก่อให้มีลักษณะอาการคัดจมูกเหมือนเป็นหวัด แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเป็นลักษณะของโพรงจมูกอักเสบ เป็นหนอง หากเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ดวงตา ก็อาจทำให้มีอาการตาแดง เลือดคั่งในตา
นอกนั้นยังอาจมีไข้สูง ไอค่อนข้างจะหนัก จนกระทั่งบางทีอาจถึงขนาดไอเป็นเลือด เมื่อปอดติดเชื้อโรค

โรคติดเชื้อจากน้ำลายหมาและก็แมว อันตรายมากไหม?
อันที่จริงแล้วแม้เป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคดี ร่างกายธรรมดาแข็งแรงอยู่แล้ว ร่างกายบางทีอาจต้านแบคทีเรียจนกระทั่งหายปกติได้เอง แต่ว่าหากยังคงได้รับเชื้อแบคทีเรียจากสัตว์เลี้ยงโดยตลอด บวกกับร่างกายเริ่มไม่แข็งแรง พักน้อย รับประทานอาหารที่ไม่ค่อยมีสาระ และไม่ได้บริหารร่างกายเสมอๆ อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียปองร้ายหนักขึ้นเรื่อยกระทั่งบางทีอาจถึงกับตายได้เช่นเดียวกัน ความร้ายแรงของโรคก็เลยขึ้นกับภูมิต้านทานโรค แล้วก็สุขภาพของแต่ละคนด้วย
 
ดูได้อย่างไร ว่าหมาแล้วก็แมวของพวกเรา มีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเราหรือไม่
เป็นเรื่องยากที่จะพิจารณาจากด้านนอกได้ว่า หมาหรือแมวมีเชื้อแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อเราไหม เพราะเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากของสุนัขและแมว ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อหมาและก็แมวเอง แต่ว่าเป็นโทษต่อมนุษย์ โดยเหตุนี้ควรจะระวังไม่ว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของ ได้รับการดูแลอย่างยอดเยี่ยมหรือไม่ก็ตาม
 
หากมีลักษณะคัดจมูก ตาแดง เป็นไข้สูง หรือไอหนัก โดยที่บ้านมีสัตว์เลี้ยง รวมทั้งคลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิด บางทีอาจจำเป็นต้องพบหมอเพื่อหาต้นสายปลายเหตุที่จริงจริง และก็รีบทำการรักษาอย่างทันการค่ะ
การตัดหางสุนัข
หมาบางจำพวกนิยมตัดหาง ให้เหลือความยาวตามลักษณะในประเภทนั้นนิยม ซึ่งก็ควรจะตัดขณะที่ยังมีอายุยังน้อยๆอยู่เพื่อจะไม่มีเลือดออกมามากมาย สุนัขไม่เจ็บ แผลหายเร็วและก็ทำเป็นง่ายโดยไม่ต้องวางยาสลบ ดังนั้นสุนัขพันธุ์ที่จำต้องตัดหางข้างหลังคลอดควรที่จะนำลูกสุนัขไปกระทำตัดหางข้างในหนึ่งสัปดาห์ถ้าจะตัดหางเองจะต้องทำในระยะไม่เกิน 7 ครั้งหน้าคลอด โดยการขลิบขนบริเวณหางที่อยากเอาออกให้ถึงผิวหนังแล้วชำระล้างด้วยการใช้แอลกอฮอล์ หรือทิงเจอร์ไอโอดีน ทาให้ทั่ว ภายหลังก็รูดผิวหนังขึ้นมาทางโคนหางแล้วก็ใช้เชือกหรือยางรัดไว้ให้แน่นตรงข้อที่ 2 ของกระดูกโคนหาง ใช้กรรไกรที่ทำลายเชื้อแล้วตัดตรงระหว่างข้อของกระดูกที่จะตัด แล้วแต้มด้วยทิงเจอร์ไอโอดีน ทิ้งเอาไว้ 4-5 ชั่วโมง แล้วก็ค่อยเอาเชือกหรือยางรัดออกปล่อยให้แผลหาย ส่วนมากผิวหนังของหางที่รูดขึ้นไปก็จะรูดลงมาเอง หรือบางทีอาจจะเย็บปิดก็ได้ถ้าเกิดต้องการ
การตัดหูหมา
หมาบางจำพวกนิยมตัดหู อย่างเช่น บ็อกเซอร์, โดเบอร์แมน, ไม่นิพบร์ พินเซอร์ รวมทั้งเกรท เดน ซึ่งก็ควรจะทำการตัดหูเมื่อลูกหมาอายุระหว่าง 12-14 สัปดาห์ เนื่องจากว่าขนาดโตพอที่จะทำการเขาหินตัดได้ง่าย ทนต่อการวางยาสลบ ภายหลังจากตัดแล้วแพทย์ต้องดามหูไว้จนกว่าหูจะตั้งชันตามต้องการ ซึ่งใช้เวลาราวๆ 3-4 สัปดาห์ ระหว่างนี้เจ้าของจะต้องคอยดูและอยู่ให้หมาเกาแผลจนไหมที่เย็บหลุด หรือแผลสกปรก เพราะว่าจะทำให้ทรงของหูไม่เป็นไปตามต้องการ
การอาบน้ำหมา
หมาก็ราวกับจะต้องดูแลความสะอาดรวมทั้งตกแต่งให้มองงาม น่ารักน่าเอ็นดูอยู่เป็นประจำ เนื่องมาจากมันไม่สามารถที่จะจะทำความสะอาดรวมทั้งแต่งหน้าให้ กับตัวเองได้ ผู้เลี้ยงจึงจะต้องปฏิบัติหน้าที่ พึงพอใจในตัวของมันเสมอเหมือนเป็นตัวของมันเองอย่างยิ่งจริงๆ การอาบน้ำจะต้องใช้แชมพู แล้วก็สบู่พร้อมกันไปด้วย ควรเลือกซื้อยาสระผมหรือไม่ก็สบู่ที่ทำขึ้นสำหรับใช้กับหมาเพียงแค่นั้น อย่านำแชมพูหรือสบู่ของคนมาใช้กับสุนัขโดยเด็ดขาด เพราะว่าผิวหนังของหมาบางประเภทเปราะบางมากมาย ถ้าหากอาบน้ำด้วยแชมพูหรือสบู่ของคน จะทำให้มีปัญหาเรื่องขนแห้ง หยาบคาย และมีสะเก็ดรังแคขึ้นบนผิวหนัง บางตัวเป็นหนักถึงบางครั้งอาจจะขนตกไปเลยก็มี ปัจจุบันนี้ยาสระผมสุนัขมีให้เลือกหลายสูตร มีทั้งแบบผสมครีมในตัว ชนิดทูอินวัน หรือ ทรีอินวัน ชนิดที่มีสารฆ่าเห็บ ฆ่าหมัด มากมายมากไม่น้อยเลยทีเดียวไปหมด ก่อนซื้อควรจะอ่านมองฉลากข้างขวดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติอะไรบ้าง ใส่เท่าไร หมดอายุวันไหน แล้วจึงเลือกซื้อมาใช้ให้ถูกกับลูกสุนัขของเรา
แนวทางอาบน้ำให้หมา
อุปกรณ์จะต้องเตรียมหมายถึงแชมพูสำหรับหมา ผ้าที่เอาไว้สำหรับเช็ดตัว อ่างน้ำ หรือสายยาง ที่ต่อจากก๊อกน้ำ เครื่องเป่าผม
กระบวนการอาบน้ำให้หมาทำได้ดังนี้ เป็น
1. จับหมาให้อยู่ในอ่างนิ่งๆโดยการจับที่ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่คอ เป็นได้ควรจะอุดหู ทั้งสองข้าง ของสุนัขด้วยสำลีเพื่อคุ้มครองป้องกันมิให้น้ำไพเราะ แล้วจึงค่อยเทน้ำลง บนตัวหมาให้ทั่วทั้งตัว
2. ใช้แชมพูสุนัขเทลงบนตัวสุนัข แล้วจึงใช้มือเช็ดนวดแชมพูให้ทั่วใน ในตอนที่มืออีกข้างหนึ่งยังจับปลอกที่เอาไว้ใส่คอสุนัขอยู่เพื่อจะให้มันอยู่นิ่งๆ
3. ล้างยาสระผมที่ส่วนหัวของลูกสุนัขก่อน หลังจากนั้นก็เลยล้างยาสระผมที่ลำตัวให้ แล้วใช้ผ้าเช็ดให้ แห้งหมดทั้งตัว
4. เอาสำลีที่อุดหูออก แล้วเป่าขนให้แห้ง พร้อมทั้งแปรงขนให้ได้รูป ทรงจากที่ต้องการ
 
วิธีการหวีและก็แปรงขนหมา
การแปรงขนหมาทุกวี่ทุกวันจะมีผลให้สุนัขมีสุขภาพดี ขนเป็นเงาสวย ไม่มีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ ในขนสุนัข พันธุ์ขนยาว เป็นต้นว่า อาฟกัน ฮาวด์ ชิสุ ควรหวี ทุกๆวัน ส่วนสุนัขชนิดขนสั้น ได้แก่ บลูด็อก เกรดเดน แปรงขนเพียงแต่2-3 ครั้ง ต่ออาทิตย์ก็เพียงพอ ส่วนสุนัขประเภทพุดเดิ้ลจำต้องใช้การตัดแต่งขน จะหวีให้ตรงแบบหมาประเภทอื่นมิได้
การหวีขนหมาชนิดขนสั้น
เครื่องมือที่ใช้มีแปรงบิสเทิล แปรงหวีสลิดเกอร์ หวีตรง กระบวนการหวี มีดังนี้
- ใช้หวีแปรงสลิดเกอร์หวีก่อน เพื่อจำกัดเอาขนที่พันออกไม่ให้เกิดก้อน สังกะตัง ออกแรงหวีเพียงแต่ เบาๆนุ่มๆหวียาวๆจากคอถึงลำตัวทำเช่นนี้ทั่วตัว
- ใช้หวีบิสเทิลแปรง เพื่อเอาขนที่ตายแล้วแล้วก็สิ่งสกปรกให้หลุดออกจากขนย้ายสุนัขทั้งตัว
- ใช้หวีตรง หวีบริเวณที่ยาว ได้แก่ ส่วนของหาง เท้า ขา ถ้าหากพบว่าขนพันกันให้ใช้กรรไกรเอาทิ้ง สุนัขจะได้ไม่เจ็บ
การหวีขนสุนัขที่สั้นกุด
เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้มี แปรงรับเบอร์ หนังชามัวร์ แปรงบิสเทิล
- ใช้แปรงรับเบอร์ เพื่อแปรงย้อนขนหมาจะมีผลให้ขนตาย แล้วก็สะเก็ด ผิวหนัง สิ่งสกปรกหลุดออกโดยง่าย
- ใช้แปรงบิสเทิล แปรงขนตัวหมาอีกครั้งให้ทั่วหมดทั้งตัว เพื่อเอาขนที่ตายและสะเก็ดออก
- เช็คขนหมาด้วยหนังชามัวร์ เพื่อขนเป็นเงาเงางาม
การหวีขนหมาที่ขนตรงยาว
วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้มีแปรงสลิดเกอร์ แปรงบิสเทิล หวีตรง กรรไกร
- ใช้แปรงสลิดเกอร์หวีขนก่อน เพื่อทำให้ขนที่พันกันอยู่คลายตัวออก
- ใช้แปรงบิสเทิลหวีตามอีกรอบ เพื่อทำให้ขนมันเงา รวมทั้งหวีง่ายดายมากยิ่งขึ้นไปอีก
- ใช้หวีตรง หวีจัดให้ขนของสุนัขตกลงไปข้างลำตัว ด้านซ้ายแล้วก็ทางด้านขวาตามแนวขน
- ใช้กรรไกรตัดแต่งรอบๆเท้าและหู เพื่อให้เป็นระเบียบเรียบร้อยดูงาม
การดูแลหูสุนัข
หูมีความจำเป็นเป็นอย่างมากที่จะจำต้องได้รับการดูแลใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง หมาที่มีหูธรรมดาจะต้องมีสีชมพูเรื่อยสะอาด ไม่มีกลิ่นไม่ปกติ หูควรจะสะอาดไม่มีขี้หูมากเกินไป ไม่มีเห็บ หรือหมัด ไม่เป็นแผล หนอง หมาบางชนิดรวมทั้งพวกพุดเดิ้ล มักมีขนขึ้นที่บริเวณช่องหู ขนกลุ่มนี้จะเป็นตัวเพาะเชื้อโรค รวมทั้งหมักหมมส่งสกปรกทั้งหลายแหล่ได้เป็นอย่างดี พวกหูยานก็เก็บสิ่ง
เปรอะเปื้อนต่างๆได้ง่ายจึงจำเป็นต้องหมั่นเอาใจใส่เช็ดถูสิ่งสกปรกในช่องหูออกให้หมด พวกหูตั้งนี้รักษาง่าย ด้วยเหตุว่าช่องหูสามารถถ่ายเทกับอากาศข้างนอกได้โดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นสิ่งสกปรกต่างๆก็เลยไม่อาจจะหมักหมมกระทั่งเกิดโรคได้มากนัก ถ้าหูสุนัขสกปรกมากก็ควรใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆถูบริเวณใบหูและก็รูหูส่วนนอกๆเสมอๆทางที่ดีข้างหลังการอาบน้ำ เพราะว่าสามารถตรวจทานว่ามีน้ำหลงเหลือเข้าไปในรูหูหรือไม่ ถ้ามีจะได้ขัดถูออกให้แห้ง เป็นการปกป้องหูอักเสบได้ด้วย แต่ว่าอย่าได้อุตสาหะชำระล้างลึกเข้าไปในรูหูเป็นอันขาด บริเวณอ่อนไหวดังที่กล่าวถึงแล้วควรจะปลดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ
 
การดูแลตาหมา
ตาของหมาที่มีสุขภาพดีจะมีแววตาแจ่มใส ไม่ขุ่นหมองหรือมีสีแดง หรือมีขี้หูขี้ตา แล้วก็น้ำตาไหลเป็นคราบเปื้อนอยู่เสมอก็แสดงว่าควรมีอะไรไม่ปกติเข้าตา ถ้าหากเป็นโรคตาอักเสบปกติเพราะผงเข้าตา ก็ควรจะใช้น้ำยาล้างตา 4-5 หยด ใส่เพื่อสิ่งสกปรกออกก่อน แล้วก็ใช้ผ้าที่สะอาดเช็ดเบาๆรอบๆขอบตาออกได้ ถ้าหากเป็นมากกว่านี้ควรนำไปเจอสัตวแพทย์สุนัขบางจำพวก อาทิเช่น พวก พุดเดิ้ล มักมีรอยด่างสีน้ำตาลที่ขนใต้ตาเสมอ ที่เป็นเช่นนี้เพราะขนบริเวณนั้นชื้นแฉะเนื่องมาจากหยดน้ำตาของสุนัข คราบน้ำตานี้จะติดแน่นที่หัวตาย้อยลงมา การกำจัดรอยด่างนี้ทำเป็นโดยการหมั่นเช็ดถูให้บ่อยๆครั้งแต่ละวัน เพื่อขนที่ติดคราบเปื้อนน้ำตานี้เบาๆหลุดร่วงหมดไปสุนัขบางตัวตาแฉะ บางครั้งก็อาจจะเป็นด้วยเหตุว่าขนตาขึ้นไม่ปกติ แยงเข้าไปในลูกตา การดูแลรักษาอาการนี้ควรเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์
การดูแลฟันสุนัข
โดยปกติแล้วสุนัขฟันผุได้ยากมาก แต่ว่าที่เห็นหลายครั้งเป็น เหงือกอักเสบ มีสาเหตุจากฟันหมาไม่สะอาด ขี้ฟันหมักหมมจนกระทั่งจับแบบเป็นๆคราบสีเหลืองติดตามที่ผิวฟันหมายถึงหินปูนนั่นเอง บางทีหินปูนมีมากรวมทั้งแพร่กระจายไปจนกระทั่งเงือก ทำให้เหงือกอักเสบ มีกลิ่นปาก จนกระทั่งฟันหลุดไปท้ายที่สุดวิธีคุ้มครองปกป้องการจับของหินปูน ควรจะให้สุนัขทานอาหารสำเร็จรูปที่เป็นเม็ดแห้ง หรือให้เล็มกระดูกเสียบ้างเพื่อขัดฟัน แม้กระนั้นถ้าหากจะให้ดีจริงๆควรให้สัตวแพทย์ตรวจฟันทุกปี หมาบางพันธุ์ก็มีการเรียงตัวของฟันที่แย่มาก มีเหงือกเป็นหนองและฟันหลุดเสมอการให้แทะกระดูกไม่อาจช่วยได้เลย เหล่านี้ต้องตรวจฟัน และก็ทำความสะอาดเสมอโดยสัตวแพทย์
การดูแลเล็บหมา
เล็บสุนัขจะแตกออกจิกลงดิน มันจะสึกไปเองโดยธรรมชาติ แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นหมาที่เลี้ยงบนพื้นไม้หรือพื้นซีเมนต์ ชอบพบปัญหาเล็บไม่สึก มีเล็บยาวเร็วกว่าธรรมดาทำให้เดินไม่สะดวก รวมทั้งเมื่อทิ้งไว้ นานๆจะก่อให้นิ้วคด หรือแยกห่างออกจากกัน บางทีก็ถอนหรือฉีกแตกจนกระทั่งเกิดหนองได้ จะมีผลให้หมาเจ็บปวดมากเวลาเดิน ดังนั้นก็เลยต้องหมั่นตรวจดูแลตัดเล็บเท้าให้สั้นอยู่เสมอการตัดเล็บสุนัขควรที่จะใช้กรรไกรสำหรับในการตัดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะทำได้โดยง่ายรวมทั้งไม่มีอันตราย ได้รอยตัดที่กลมโค้ง การตัดควรตัดที่ปลายเพียงนิดหน่อย ระวังอย่าตัดให้ถูกปลายประสาทสีชมพูในเล็บได้หมาที่มีเล็บดำไม่อาจจะเห็นปลายประสาทนี้ได้ ด้วยเหตุดังกล่าวตัดเล็บก็เลยทำเป็นแค่คลิบปลายเพียงนิดหน่อย หรือตัดตรงตำแหน่งต่ำจากรอบๆที่มีเลือดมาเลี้ยงสัก 3 มม. การตัดเล็บควรทำทุกเดือน โดยข้างหลังการอาบน้ำ เนื่องจากเล็บที่เปียกน้ำจะอ่อนตัดง่ายดายยิ่งกว่าปกติ
   

หมาที่ไม่ได้รับการฝึกบางทีอาจกลายเป็นหมานิสัยไม่ดีรวมทั้งทำให้เป็นอันตรายกับผู้ครอบครองได้ เจ้าของควรเริ่มฝึกหมาตั้งแต่ยังเล็กๆจะง่ายยิ่งกว่าโดยฝึกให้เคยชินกับการรับคำสั่ง การเดินโดยใช้สายจูง การเล่นเกม สุนัขที่ได้รับการฝึกตั้งแต่เล็กหากความประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีตอนโตจะแก้ไขได้ง่ายดายกว่าสุนัขที่มิได้รับการฝึกฝนให้เชื่อฟังคำสั่ง
เมื่อไหร่ที่ควรจะเริ่มฝึกหัด
คุณไม่ควรมุ่งมั่นกับการฝึกฝนสุนัขมากสักเท่าไรนัก ถ้าเกิดหมาอายุยังไม่ถึง 7-8 เดือน นักจิตวิทยาสัตว์บางบุคคลบอกว่า ลูกสุนัขบางตัวสามารถเริ่มฝึกได้เมื่ออายุตั้งแต่ 7 สัปดาห์ แล้วก็ให้เทคนิคต่างๆค่อยๆสอนภายหลัง แต่ ที่จริงแล้วเรื่องของเคล็ดลับต่างๆปลดปล่อยให้นักฝึกหัดสุนัขอาชีพเป็นคนฝึกดีมากยิ่งกว่า ในตอนที่ลูกหมาของคุณยังอยู่ในช่วงต้นๆของความเป็นลูกสุนัข ตั้งอกตั้งใจเอาชนะใจมันให้ได้ มันจะรักและนับถือคุณ การฝึกหัดพื้นฐานจะเริ่มได้เมื่ออายุ 3-4 เดือน ช่วงอายุนี้ควรฝึกฝนให้เดินงามตอนที่คุณจูง นั่ง นอน ตามคำสั่ง แล้วก็เข้ามาหาคุณเวลาคุณเรียกมัน
 
เมื่อมันเริ่มศึกษาให้ใช้เพียงแค่คำพูดเป็นคำสั่งโดยไม่ต้องออกท่าทาง จ้ำจี้จ้ำไชกับมันเสมอๆเมื่อมันทำผิดก็แก้ไขมันมันถูก แรกๆก็ใจดีกับมันก่อน แล้วค่อยๆเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆตามความเจริญก้าวหน้าของการฝึก อย่าหมดความอดทนหรือฉุนเฉียวซะก่อน อย่าตีมันด้วยมือหรือเชือกลากในเวลาที่ฝึก แค่เพียงคุณดุมันหรือมันก็รู้สึกผิดมากพอแล้ว
เมื่อสุนัขทำในสิ่งที่คุณอยากได้ ชมเชยมันพร้อมกับลูบคลำหลังมันไปด้วย อย่าตบรางวัลหมาด้วยของหวานหรือปฏิบัติกับมันดีเหลือเกินขณะฝึก สุนัขที่เคยชินกับนิสัยการรับรางวัลแบบนี้จะวางใจไม่ค่อยได้ เนื่องจากมันจะไม่ค่อยยอมทำอะไรถ้าไม่ได้กลิ่นของหวานหรือของรางวัล ถ้าเกิดฝ่าฝืนคำสั่งหรือทำอย่างไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจ (เหลวไหล) คุณควรบอกกับมันดีๆถัดไปมันจะดีขึ้นเรื่อยๆ
เสียงที่ใช้ฝึก
เมื่อคุณฝึกฝนหมาให้ใช้เสียงสำหรับเพื่อการบัญชาที่ขยันและแจ่มกระจ่าง หนแรกคุณสั่งการไปแล้วจะต้องยืนกรานคำบัญชาเดิมไปจนตราบเท่ามันเชื่อฟัง หรือแม้แต่จะผลักมันให้มาฟังคุณตามที มันจำต้องศึกษาว่าการฝึกหัดนั้นต่างจากการเล่น เมื่อใดที่มีการบัญชามันจะต้องเชื่อฟังไม่ว่าจะมีอะไรมาทำให้วอกแวกก็ตามที ต้องจดจำไว้ว่าน้ำเสียงรวมทั้งน้ำหนักเสียงของคุณ (จำเป็นต้องไม่ดังลั่น) จะมีผลกระทบต่อหมาเป็นส่วนมาก ต้องบอกด้วยคำบอกเล่าที่เน้นย้ำแน่น สำหรับเพื่อการใช้คำกล่าวระหว่างฝึกจำกัดคำสั่งของคุณให้ใช้คำเพียงแค่ 2-3 คำ ถ้าเป็นได้ก็อย่าเปลี่ยนแปลงคำบัญชา มันเป็นเรื่องดีที่สุดหากจะมีครูฝึกหมาเพียงคนเดียว ผู้อื่นอาจใช้คำบัญชาแตกต่างออกไป วิธีฝึกก็ต่างไปซึ่งอาจจะเป็นผลให้หมาสับสนได้ สุนัขที่ได้ยินคำบัญชาจำพวก "มานี่" "มาหาหน่อย" "เร็วๆเข้า" หรือคำบัญชาทำนองนี้แต่ว่ามีความต้องการเดียวกันเป็นให้มันมาหา ถ้าคุณใช้คำบัญชามากขนาดนี้มันจะงงงวยมากมาย ให้ใช้คำไหนคำนั้นยอดเยี่ยม
 
บทเรียนที่ใช้ฝึกหัด
การฝึกหัดเป็นงานหนักอีกทั้งหมารวมทั้งผู้ฝึกสอน หมาเล็กๆใช้เวลาฝึกในตอนหนึ่งได้ไม่เกิน 10 นาที ก็จะไม่ได้อยากต้องการฝึกต่อด้วยเหตุนั้นควรจำกัดอย่าให้บทเรียนบทแรกยาวเกินไปนัก แล้วจึงค่อยๆขยายเวลาไปเป็นระยะจนกว่าถึง 30 นาที คุณเองก็อาจพบได้ว่าคุณก็เริ่มหมดความทรหดอดทนแบบเดียวกันเมื่อใกล้ๆจะหมดเวลาฝึกหัด เมื่อคุณคิดว่าคุณอารมณ์ไม่ดีให้หยุดฝึกฝน ใช้เวลาที่เหลืออยู่ทวนบทเรียนเก่าๆไปก่อน และก่อนหลังบทเรียนควรจะมีขณะพักเล่นด้วยไม่ใช่เล่นระหว่างเรียน แม้แต่สุนัขที่เด็กที่สุดก็จะเรียนรู้ได้เองว่าในตอนที่ต้องเรียนนั้นเป็นช่วงๆที่จำเป็นต้องครัดเคร่งตั้งใจจริง ส่วนความเพลิดเพลินจะตามมาต่อจากนี้
อย่าใช้เวลาสำหรับการฝึกระยะแรกๆมากสักเท่าไรนัก มิฉะนั้นสุนัขก็จะเบื่อ อุตสาหะจบบทเรียนในตอนที่ดีๆหากสุนัขไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการนั้นเป็นด้วยเหตุว่าคุณไม่สามารถที่จะทำให้มันจดจำก้าวหน้าเพียงพอ
 
สิ่งที่ใช้ในการฝึกหัด
1. เชือกที่ใช้ลากหมา ใช้เรียกกันอย่างมากมายว่า "ตัวนำ" ฉะนั้นพวกเราจะใช้คำนี้แทน ตัวนำ ที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับฝึกฝนนั้นเป็นผ้าทอหรือสาน ยาว 6 ฟุต ส่วนมากใช้สีครึ้มมอๆหรือจะใช้เป็นหนังขนาดเสมอกัน หรือจะใช้แบบเป็นสีสันก็มีใช้กันอยู่บ้าง แล้วแต่คุณจะเลือก
2. จะต้องใช้ปลอกที่มีไว้ใส่คอฝึกฝนหมาควบคู่ไปด้วย ปลอกที่เอาไว้ใส่คอฝึกฝนจำนวนมากทำด้วยไนล่อนหรือ โซ่เหล็ก ซึ่งมีห่วงติดอยู่กับปลายทั้งสองข้าง แล้วก็ใช้ตัวนำเกี่ยวกับปลายห่วงทั้งสอง ใช้ผ่อนหรือดึงบังคับหมา แม้ว่าจะฟังมองน่าตกใจ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หมาของคุณจำเป็นต้องเจ็บแต่อย่างใด รวมทั้งมันก็ต้องใช้ในการฝึกหัดด้วย ควรจะฝึกวิธีการใช้ปลอกใส่คอให้ถูก ปลอกที่มีไว้ใส่คอฝึกฝนน่าจะใส่รอบคอหมา เพื่อคุณจะสามารถล่ามตัวนำกับห่วงตรงปลายปลอกคอ อย่าใส่ห่วงใต้คอ มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการใส่ปลอกคอฝึกฝนให้ถูก มันจะได้แน่นเวลาคุณดังตัวนำ รวมทั้งง่ายเวลาคุณผ่อนไหมได้รั้งตัวนำ
3. แนวทางสำหรับเพื่อการจับตัวนำก็เป็นสิ่งที่จำเป็นมากมาย เพราะว่าปลอกคอควรจะหย่อนอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากเวลาดึง จับวงเชือกไว้ด้วยมือขวา ไขว้มือไปด้านข้าง ส่วนมือซ้ายจับนำไว้ให้ใกล้ปลอกสำหรับใส่คอฝึกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่เหลือของตัวนำก็จะขมวดเป็นวงได้ (ที่คุณถือด้วยมือขวา) แนบแขนข้างนี้กับลำตัว การคลาย ดึง หรือคลาย ทุกๆอย่างทำด้วยมือซ้าย ด้วยการกระตุก
 
การฝึกให้ตาม
"การตาม" เป็นคำศัพท์สำหรับสุนัขที่หมายความว่า ให้หมาเดินไปด้านข้างของคุณชิดกับขาคุณ มีตัวนำด้วยหรือไม่มีก็ได้ ถ้าคุณทรหดอดทนและก็เพียรพยายามเพียงพอ คุณสามารถฝึกฝนหมาให้เดินข้างเคียงคุณได้ในถนนอันแออัดคับแคบ หรือผ่านหมาตัวอื่นๆได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงในขณะนี้คุณก็ได้ศึกษาถึงกรรมวิธีการใส่ปลอกใส่คอ การใช้ตัวนำแล้วคุณก็พร้อมที่จะเริ่มบทเรียนแรกสำหรับในการฝึกหัดการตาม ให้สุนัขนั่งอยู่ทางซ้าย เรียกชื่อ รวมทั้งใช้คำบัญชา "ตาม" เริ่มก้าวเท้าซ้ายของคุณ ดึงตัวนำน้อย เพื่อสุนัขได้เริ่ม ต้องเรียกชื่อมันก่อนเสมอ แล้วและก็ตามด้วยคำสั่ง อาทิเช่น "แดงตาม" การเอ่ยชื่อจะช่วยให้มันสนใจเยอะขึ้น ทำให้มันได้รู้ว่าคุณกำลังสั่งให้มัน (แดง เป็นชื่อสมมุติของหมาในที่นี้)
ให้เดินอย่างกระฉับกระเฉงแต่ละก้าว เดินวนเป็นวงกลมใหญ่ หรือเดินไปเป็นสี่เหลี่ยม หรือเส้นตรงก็ได้ ในตอนที่เดินมั่นใจว่าหมาของคุณอยู่ข้างซ้ายและชิดขาของคุณเสมอ ถ้ามันเดินล้าหลังคุณให้กระตุกตัวนำเบาๆให้มันเดินให้ทันคุณ และก็ดูมันว่าดีแล้วที่ทำแบบนี้ หากมันเดินนำหน้าคุณหรือออกห่างไป ให้คุณหยุดกับกระตุกตัวนำอย่างแรง ดึงมันกลับมาอยู่ตรงที่ที่ถูก ควรดูมันทุกครั้งที่มันเดินถูกที่ถูกทาง เมื่อคุณกระตุกตัวนำเพื่อให้หมาคุณอยู่เหมาะสมก็ให้ผ่อนเนื้อตัวนำไปด้วย อย่างลากสุนัขหรือดึงตัวนำเนื่องจากจะเกิดการดึงกันไปดังกันมา ซึ่งไม่เป็นผลดีเลย
เพื่อให้สุนัขตั้งใจฝึกหัด ต้องพูดกับมันในเวลาที่คุณให้มันกลับมาถูกที่คุณน่าจะฝึกฝนการเดินหันหลังกลับด้วยการกระตุกตัวนำเบาๆช่วงเวลาที่คุณหมุนด้วย มันจะเรียนรู้ไปครั้งละนิดละหน่อยว่ามันจำเป็นต้องตั้งอกตั้งใจ หรือจะถูกกระตุกให้กลับมาอยู่ข้างตัวคุณ แล้วก็คุณสามารถแปลงแนวทางการไปได้เรื่อยๆโดยการเปลี่ยนความเร็วบ้าง หันหลังกลับ เดินตรง หรือว่าเดินซิกแซกผ่านสนามที่ใช้ฝึกฝน เป็นต้น
"ตาม" หมายถึง "นั่ง" ด้วย สำหรับสุนัขแล้วคำบัญชาว่า "ตาม" จะหมายถึงมันจำต้องนั่งอยู่ข้างซ้ายของคุณด้วย เมื่อคุณหยุดโดยไม่มีคำบัญชาอะไรเพิ่มในขณะที่คุณฝึกหัดให้ตาม ทำให้มันนั่งเมื่อคุณหยุด ทีแรกใช้คำสั่งว่า "นั่ง" แต่ว่าถัดไปไม่ต้องบัญชาอีก มันจะนึกรู้และก็จะนั่งได้เองเมื่อคุณหยุด รวมทั้งจะรอคำสั่ง "ตาม" ใหม่ เพื่อจะลุกเดินอีกรอบ
 
การฝึกให้นั่ง
การฝึกฝนสุนัขให้นั่งค่อนข้างจะง่าย โดยให้มันยืนอยู่ข้างซ้ายมือ ให้ทะนงตัวนำสั้นๆแล้วสั่งว่า "นั่ง" ขณะบัญชาให้ดึงตัวนำขึ้นพร้อมทั้งกดพักหลังของหมาลง แต่ว่าอย่าให้มันลงไปหมอบหรือยืนขึ้น ถ้ามันลงหมอบให้กระตุกตัวนำขึ้นจนกว่ามันยืนขึ้นแล้วนั่ง ถ้าหากมันปฏิบัติตามคำบัญชาช้าๆให้ดังมันอย่างแรงจนกระทั่งมันกระทำตามความอยากได้ของพวกเรา ให้มันอยู่ในท่านั่งสักชั่วประเดี๋ยว แล้วค่อยผ่อนความตึงของตัวนำกับชมมันด้วย ทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นตอนที่คุณจูงมันในท่านั่ง ย้ำเพื่อมันจำคำบัญชาได้ขึ้นใจ ถ้าเกิดมันเคลื่อนละก้อให้ทวนคำสั่งอีกทีแล้วให้มันนั่ง หลังจากนี้มันก็จะนึกรู้และนั่งลงไปเองโดยไม่ต้องกดหลังมันอีก เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วมีความหมายว่ามันจะนั่งเองได้ ยกย่องมันเป็นประจำให้รางวัลโดยการกระทำกับมันอย่างอ่อนโยน รวมทั้งสรรเสริญมันบ่อยๆด้วยคำบอกเล่าที่นุ่มนวล
 
การฝึกให้หมอบลงหรือหมอบ
เป้าหมายขั้นตอนนี้คือ ทำให้สุนัขหมอบลงกับคำสั่ง "หมอบ" หรือเมื่อออกคำสั่งด้วยมือ ให้ท่านยกมือมาข้างหน้าพลิกโบกฝ่ามือลง อย่างไรก็ดี คุณต้องทำไปกระทั่งหมาจะเข้าประเด็นหลักหมายของคำบัญชาและก็จะทำเองได้โดยไม่มีปฏิกิริยากึ่งบังคับจากคุณ สัญญาณมือควรทำพร้อมกันไปกับการออกคำสั่ง คำบัญชานี้บางทีอาจจะยากไปหน่อยในตอนแรก เพราะเหตุว่ามันรู้สึกเหมือนคุณยกมือเพื่อจะรังแกมันและมันปกป้องตัวเองไม่ได้ บางทีก็อาจจะวิ่งเตลิดไปก็ได้ ให้เอาอกเอาใจมันด้วยคำชมเชยหรือทำกับมันดีๆเมื่อมันกระทำตามคำบัญชาแล้วมันจะเรียนรู้ไปเองว่าไม่มีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น ในทางกลับกันมันจะรู้จักคำบัญชาว่า "หมอบ" แล้วถ้ามันเอาอย่างนายจะพอใจ
อย่าเริ่มฝึกหัดหมาหมอบลงจวบจนกระทั่งมันเข้าใจคำบัญชานั่งได้อย่างดีเยี่ยมซะก่อน ให้สุนัขอยู่ในท่านั่งแล้วก็คุณยอตัวอยู่ตรงหน้า ชูขาหน้าของมันด้วยมือแต่ละข้างของคุณ จับตรงเหนือข้อศอก ยกขามันขึ้นแล้วดึงลงมาที่พื้นด้านหน้า ในเวลาเดียวกันก็สั่งว่า "หมอบ" แล้วดึงขาหน้ามันลงมาติดพื้น
ดึงมันลงมาที่พื้นและทำให้มันทราบดีว่าท่านี้เป็นท่าที่ต้องการให้มันทำ แนวทางลักษณะนี้ดีมากยิ่งกว่าจะไปบังคับให้มันทำ มิฉะนั้นจะก่อให้มันรู้สึกตกอกตกใจและเริ่มจะเกลียดชังการฝึกฝนใดๆก็ตามเลย หมั่นคุยกันมัน บอกมันให้รู้ว่าคุณพอใจ พึงพอใจ ในเวลาที่มันเอาอย่างคำบัญชา แล้วคุณจะพบว่าคุณเป็นสุขกับการฝึกหัดหมา
ภายหลังที่มันเริ่มทำความเข้าใจ เลื่อนตัวนำไปอยู่ใต้เท้าซ้ายแล้วก็บัญชา "หมอบ" ในขณะเดียวกันดึงตัวนำด้วยจะช่วยทำให้สุนัขหมอบลง ช่วงนี้ยกมือคุณแล้วโบกลงส่งสัญญาณมืออีกครั้ง อย่าหวังว่ามันจะสามารถทำได้ด้วยคำบัญชาเพียงแค่ครั้งเดียว ควรอดทนฝึกกับมันไปเรื่อยมันก็จะร่วมมือด้วย หากคุณแสดงให้มันมีความเห็นว่าอะไรบ้างที่คุณอยากให้มันทำ
การฝึกฝนให้อยู่นิ่งๆ
ขั้นถัดไปเป็นการฝึกหมาให้อยู่นิ่งๆในท่านั่งหรือหมอบ เช่นเดียวกับครั้งกระโน้นโดยใช้ตัวนำสอนคำสั่งนี้ จนกระทั่งหมาของคุณตอบรับคำบัญชาด้วยการเลียนแบบคำสั่ง แล้วจึงเอาตัวนำออก การฝึกเริ่มด้วยการนั่งนิ่งๆจัดให้หมาอยู่ในท่านั่งข้างคุณในท่านั่งแนบขาโดยอัตโนมัติ ถือเชือกในมือข้างหนึ่ง (ส่วนใหญ่คนฝึกถูกใจถือมือซ้าย) ก้าวไปข้างหน้าแล้วหันหน้ามาหามัน ยื่นมือออกไป นิ้วชี้ไปที่ช่วงจมูกของมันแล้วสั่งว่า "อยู่นิ่ง" ถ้าหากมันทำท่าจะเดินตามคุณเนื่องจากว่าเป็นธรรมชาติของมันที่จะทำ เนื่องจากว่ามันอยู่ในท่าที่จะตาม ให้กระตุกตัวนำ เพื่อมันกลับมานั่งก่อน ยกมือมาไว้ด้านหน้ามันแล้วทวนคำสั่งอย่างหนักแน่นอีกรั้ง ให้มันอยู่ในท่านั่งนั้นสัก 2-3 วินาที ก่อนจะให้ลงมือกระทำการอย่างอื่น แต่ละครั้งที่มันทำสำเร็จคุณจำต้องกล่าวดูมันเรื่อยๆแสดงให้มันมีความเห็นว่าคุณพอใจกับมันด้วย
ทวนวิธีนี้อีกรอบกระทั่งหมาของคุณทำราวกับว่ามันเข้าใจว่าคุณจะให้มันทำอะไร เมื่อมันได้ศึกษาตลอดกระบวนการแล้ว เดินออ